นครราชสีมา สำนักศิลปากร ทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดหลุมขุดตรวจสำรวจ โนนพลล้าน ต่อยอดแหล่งโบราณคดี อารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ 2 พันปี ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

16 กรกฎาคม 2569 – ที่ โนนพลล้าน คูเมืองที่ 11 (พลล้านต้านปัญจา) ถ.พลล้าน เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายก ทน.นครราชสีมา พร้อมนางสาวฑาริกา กรรมจันทร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีอนุรักษ์เมืองนครราชสีมา

ร่วมทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดหลุมขุดสำรวจโนนพลล้าน คูเมืองที่ 11 (พลล้านต้านปัญจา) เขต ทน.นครราชสีมา โดยมี พระครูวรนายกสิทธาคม พระมหาต่อ เจ้าอาวาสวัดแจ้งใน ประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนดำเนินการขุดตรวจทางโบราณคดี ในโครงการขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก

จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการการขุดสำรวจ โนนพลล้าน 1-2 เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินโครงการ ฯ ในระหว่างวันที่ 20 ก.ค ถึงวันที่ 8 สิงหาคม รวมระยะเวลา 20 วัน

ทั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยร่องรอยมนุษย์โบราณ ในพื้นที่เมืองเก่าและศึกษาร่องรอยมนุษย์ในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งการขุดค้นจะช่วยขยายองค์ความรู้ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสำริด ช่วงอายุ 2,544-2,194 ปี ผ่านโครงกระดูกมนุษย์และของอุทิศตลอด โดยยกระดับให้หลุมขุดค้นเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน

ซึ่งการตรวจสอบชั้นดิน “โนนพลล้าน” ได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 เพื่อเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการสำหรับกรมศิลปากรและ ทน.นครราชสีมา ได้พัฒนาต่อยอดในด้านต่างๆ ด้วยการเปิดหลุมขุดตรวจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ การปฏิบัติทางโบราณคดีและฝึกทดลองเป็นนักโบราณคดี เพื่อสร้างความตระหนัก รักและหวงแหนหลักฐานทางโบราณคดีในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ภายใต้แนวคิด “ต่อยอดวิชาการ ผสานชุมชน”

ไทม์ไลน์ ปี 2567 สน.ศิลปากรที่ 10 ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์พร้อมภาชนะเครื่องปั้นดินเผาของยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด-สมัยเหล็กในหลุมขุดกว้าง 3 เมตร ยาว 15 เมตร และความลึก 1.2 เมตร เป็นโครงกระดูกมนุษย์ทั้งหมด 11 โครง สมัยสำริดจำนวน 5 โครง และโครงกระดูกมนุษย์สมัยเหล็กจำนวน 6 โครง

สอดคล้องกับข้อสันนิษฐาน แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน เป็นที่ฝังศพของวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็กช่วงอายุ 1,500-2,400 ปี และหลักฐานทางโบราณคดีที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ อาทิเช่น เครื่องประดับทองคำจากโครงกระดูกมนุษย์หมายเลข 3 ชิ้นส่วนทองคำ

เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุ พบสัดส่วนทองคำที่เหมือนกันสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีที่มีอายุร่วมสมัยในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ของไทย โดยใช้กระบวนการทางชีววิทยาศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมโบราณของพื้นที่ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำให้งานวิชาการมีความสมบูรณ์รอบด้านมากขึ้น

นอกเหนือจากการขุดตรวจทางโบราณคดี ได้จัดนิทรรศการข้างหลุมขุดตรวจ ในหัวข้อ “สืบร่องรอยมนุษย์โบราณเมืองนครราชสีมา ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี” เป็นการสรุปการดำเนินงานที่ผ่านมาและสะท้อนให้เห็นหลักฐานการมีอยู่ของผู้คนในพื้นที่บริเวณเมืองเก่านครราชสีมาผ่านหลักฐานทางโบราณคดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน