นครราชสีมา ระทึกกลางดึก ช้างป่าเขาใหญ่ รุกคืบ บุกร้านอาหาร ทำลายรถ ทรัพย์สิน คาดหิวหวังหาอาหารกิน ชาวบ้านหวั่นปัญหาลุกลาม ทีม อาสาฯ เร่งผลักดัน กลับเข้าป่าอุทยานฯเขาใหญ่
17 ก.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึก ช่วงกลางดึก วันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้โพสต์ชื่อ “ประภาส หวังหลีกกลาง” อาสาผลักดันช้างป่าเขาใหญ่ ทีมผู้ใหญ่ประสิทธิ์ ได้บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้
โดยเป็นภาพของ พลายด้วน หรือ “ป๋าด้วน” ที่หลายคนๆ รู้ จัก เป็นช้างป่าเซเล็บ ขาประจำที่มัก ออกนอกเขตป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อมาหากินตามชุมชนและรื้อค้นร้านค้า ในบริเวณบ้านใหม่สามัคคี และริมถนนธนะรัชต์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งล่าสุด พลายด้วนบุกร้านอาหาร ติดถนนธนะรัชต์ เขาใหญ่ ช่วง กม.ที่ 13 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง เพื่อหาของกิน ก่อนจะเดินข้ามถนนไปทางป่าสักที่อยู่อีกฟาก
ช่วงขณะผลักดัน พลายด้วนไม่ยอม หันมาเผชิญหน้ากับทีมผลักดันฯ ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า “เมื่อคืนระทึกครับ ถนนทางเข้าวัดเทวรูปทรงธรรม พี่ด้วนไม่ถอย เราก็ต้องถอยเองสิครับ เพื่อไปปิดถนนเพื่อความปลอดภัยของพี่ด้วน หลังจากเข้าไปบุกร้านอาหารเพื่อกินมะม่วงสุก
กินเสร็จก็ทำการผลักดันออกมา แล้วก็ให้วิ่งคู่ขนาน แต่พี่แกไม่ยอมกลับเข้าฝั่งทางฟาร์ม แกเลยต้องข้ามฝั่งไปทางป่าสัก เมื่อคืนบุกหลายที่ครับ พี่ด้วนไปเขาแคบด้วยกม 11 ดูแลกันไปครับ” ซึ่งพลายด้วนเป็นช้างป่าเพศผู้ที่มีขนาดใหญ่มาก มีความสูงราว 3.2 เมตร และมีน้ำหนักตัวมากกว่า 5 ตันขึ้นไป
ชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวเมื่อพบเห็นอาจจะตื่นตกใจ อีกทั้งเวลาเดินผ่านไปพื้นที่ใด อาจจะไปเบียดหรือชนทำให้ทรัพย์สินข้าวของล้มพังเสียหายได้ ทีมอาสาผลักดันช้างฯ จึงต้องรีบผลักดันออกจากพื้นที่ชุมชนโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและช้าง
ในขณะที่อีกคลิป “กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม เขาใหญ่” ได้โพสต์ภาพร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก “พลายแคระ” ช้างป่าเขาใหญ่ขาประจำอีกตัว ซึ่งช่วงกลางดึกวานนี้ บุกไปที่บ้านพักสวนนกรีสอร์ท เขาใหญ่ ถ.ธนะรัชต์ ก.ม.20 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง
ก่อนไปรื้อค้นหาของกิน และทำให้รถเก๋งของทางรีสอร์ท ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน ขธ 8204 นครราชสีมา ที่จอดไว้ใต้อาคารพังเสียหาย ทั้งฝากระโปรงหลัง กระจกหลัง กันชนท้าย พังเละ ชิ้นส่วนแตกกระจาย
นอกจากนี้ ทางกลุ่มฯ ยังโพสต์ความเสียหายจากช้างป่าอีกจุดที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เช่นกัน โดยระบุข้อความในโพสต์ว่า “เมื่อเวลา 04:22 น. ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน มีช้างป่าบุกเข้ารื้อสิ่งของภายในร้านค้า บริเวณตรงข้ามวัดเขาวง ต.หนองน้ำแดง อาสากลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่
จึงเข้าตรวจสอบ พบ “พลายเบี่ยงเล็ก” เดินออกจากร้านค้าเข้าไปในสวนแก้วมังกร เพื่อความปลอดภัยจึงทำการเดินเท้าผลักดันออกจากสวนแก้วมังกรเข้าป่า ผลการตรวจสอบไม่มีทรัพย์สินเสียหาย มีเพียงข้าวของที่ตกกระจัดกระจายเล็กน้อย
ส่วนสาเหตุน่าจะได้กลิ่นเครื่องปรุง จึงมุดเข้าไปข้างในและเปิดประตูเลื่อนเพื่อจะเข้าไปเอาเครื่องปรุงมากิน แต่ถูกผลักดันออกเสียก่อน”
ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยัง พระอธิการกัมปนาท สุเขธิโต หรือ พระอาจารย์กัมปนาท เจ้าอาวาสวัดหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่
ซึ่งเปิดเผยว่า “สถานการณ์ช้างป่าออกนอกพื้นที่ทำลายทรัพย์สินของชาวบ้าน มีความรุนแรงมากขึ้นและขยายวงกว้าง สาเหตุหลักเกิดจากความแปรปรวนทางธรรมชาติ ที่ทำให้พืชไร่ในพื้นที่ป่าไม่ได้ผลผลิตตามฤดูกาล
ประกอบกับ ช่วงเวลานี้ พืชไร่ในพื้นที่ชาวบ้านใกล้แนวเขตป่าเพิ่งจะเริ่มปลูก ทำให้ช้างป่าขาดแคลนอาหารตามธรรมชาติ จึงต้องเข้ามาหาอาหารในเขตบ้านเรือน และสวนของชาวบ้าน อีกทั้งพฤตกรรมของช้างที่คุ้นเคยกับการอยู่ใกล้ชุมชนมานาน
อย่างเช่น พลายเบี่ยงเล็ก , พลายด้วน , พลายแคะ ได้เรียนรู้ที่จะเข้าหาแหล่งอาหารเสริม โซเดียม และเกลือในพื้นที่บ้านและสวนมากขึ้น แต่การเผชิญหน้ากับช้างป่าที่เข้ามาสร้างความเสียหายในพื้นที่เกษตรกรรม และสร้างความหวาดระแวงให้แก่ชาวบ้าน
เสี่ยงทำให้ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น จนช้างอาจถูกทำร้ายจากอารมณ์โกรธของชาวบ้าน ที่ประสบภัย เพราะชาวบ้านเหล่านี้ มองเห็นช้างป่าเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นอยู่ สวัสดิภาพ และเศรษฐกิจ เพราะพืชไร่ได้รับความเสียหายอย่างมาก บางรายมากกว่า 50% ซึ่งส่งผลต่อรายได้และภาระหนี้สิน
ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้จัดชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอยู่ตลอดเวลาเมื่อได้รับแจ้งเหตุ ผลักดันช้างให้ไปอยู่ในพื้นที่ป่ากลุ่มย่อยหรือพื้นที่รกร้างของเอกชนเป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งการเฝ้าระวังเป็นแค่การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเรื่องการจัดการอาหารและถิ่นที่อยู่ของช้างได้
ทั้งยังมีข้อจำกัดเรื่อง “กำลังคนและเวลา” เพราะช่วงหลังเที่ยงคืนจนถึงเช้า จะเป็นช่วงที่อาสาสมัครต้องพักผ่อน แต่เป็นเวลาที่ช้างเข้าทำลายพื้นที่มากที่สุด รวมถึง พยายามจัดการปัญหาผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด มีคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการระดับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
โดยบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. และเทศบาล เข้ามาทำงานร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพราะมีกำลังพล มีทรัพยากรมากกว่า จะได้ผลดีกว่าการปฏิบัติงานในลักษณะจิตอาสาเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น การบูรณาการความร่วมมือเข้ามามีส่วนร่วมแบ่งเวรยามเฝ้าระวังและผลักดันช้างอย่างเป็นระบบ น่าจะเป็นวิธีป้องกันและรับมือที่ดีที่สุดในตอนนี้

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก “ประภาส หวังหลีกกลาง”
เฟสบุ๊ก “กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม เขาใหญ่”