ผบช.ก. กางแนวทาง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น จ่อดำเนินคดีอาญา ผู้สอบ คะแนนผิดปกติ 5,924 ราย หลัง มท.เพิกถอนสิทธิ์ รอข้อมูลเป็นทางการ ย้ำรายใดให้การเป็นประโยชน์ กันไว้เป็นพยานในคดี

18 กรกฎาคม 2569 – พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนคดีดังกล่าว ว่า บช.ก. ได้รับคำสั่งตรงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเด็ดขาด

โดยสั่งการประสานงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำความผิด ที่มีความชัดเจนแล้วนั้น ปัจจุบันทาง บช.ก. มีข้อมูลและอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

สำหรับประเด็นสำคัญ กรณีรายชื่อผู้เข้าสอบ ที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงไปก่อนหน้านี้นั้น

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้ทางตำรวจมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว จากคณะทำงานตรวจสอบ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติทางคดีอาญา จะต้องรอข้อมูลและมาตรการทางปกครองจากกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำการเพิกถอนสิทธิ์ผู้สอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เข้าสอบ 5,924 ราย หลังจากถูกเพิกถอนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า อาจจะมีบางส่วนที่มองว่าตนเองเสียสิทธิและเลือกที่จะเข้าให้การกับ ป.ป.ช. โดยตรง

ซึ่งหากรายใดให้การเป็นประโยชน์ อาจจะถูกกันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่ามีพฤติการณ์ตั้งใจจ่ายเงินเพื่อทุจริตสอบ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในฐานะ “ผู้ถูกกล่าวหา”

ผบช.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้กระทำความผิดในขบวนการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดทาง บช.ก. ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ ป.ป.ช. แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทาง บช.ก. จะมีการส่งมอบและสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบทั้งหมด และหากการตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นรัดกุมดีแล้ว ทางสอบสวนกลางเตรียมที่จะขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังขบวนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน