ทีมแพทย์รพ.พระนารายณ์ฯ ดูแลเต็มที่ ซาวด์เอ็นจิเนียร์ ร้านโรงเบียร์ถูกไฟไหม้ 60 % ย้ายมารักษาตามสิทธิบัตรทอง เมียโอดสามีทุ่มเททำงานให้ร้านมา 3 ปี โดนปล่อยเผชิญชะตากรรมโดดเดี่ยว

วันที่ 18 ก.ค.2569 ที่รพ.พระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี นพ.วรวรรธน์ แก้ววิเชียร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ พร้อมด้วยนพ.เสกกร นันทภัคพร นายแพทย์ชำนาญการ ศัลยศาสตร์ตกแต่ง เปิดเผยอาการ นายภานุวัฒน์ หรือเบนซ์ ทิพย์มณี อายุ 32 ปี ชาวจ.นครพนม ซาวด์เอ็นจิเนียร์ ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุการณ์ไฟไหม้ ซึ่งย้ายมาจากรพ.เปาโล มารักษาตามสิทธิบัตรทอง โดยถูกไฟไหม้ 60 % รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

นพ.วรวรรธน์ เปิดเผยว่า รพ.พระนารายณ์มหารราช มีความพร้อมเรื่องเครื่องมือการดูแลรักษาทัดเทียมกับรพ.ในกรุงเทพฯ การย้ายผู้ป่วยมารักษาที่ลพบุรีก็เป็นการดี ที่ต้องเคลื่อนย้ายไม่ให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากมารักษารวมกัน เนื่องจากจะต้องใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ก็ได้มีการเตรียมการดูแลทางด้านจิตเวชให้กับญาติในครั้งนี้ด้วย สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในตอนนี้สามารถที่จะสื่อสาร ถามตอบกับแพทย์ได้ เรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้นก็ได้ใช้สิทธิบัตรทองเพียงอย่างเดียว

ด้านนพ.เสกกร กล่าวว่า ได้มีการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด โดยเรื่องของเนื้อที่จะนำมารักษานั้นก็จะได้รับการสนับสนุนส่งมาจากสภากาชาด ขอให้ญาติมั่นใจในเรื่องของการดูแลรักษาเพราะคณะแพทย์รพ.พระนารายณ์มหาราช ก็มีขีดความสามารถ รวมทั้งได้ประสานงานกับคณะแพทย์จากส่วนกลาง แต่ปัจจุบันผู้บาดเจ็บอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต คณะแพทย์ที่ดูแลรักษาก็จะดำเนินการอย่างสุดความสามารถ ซึ่งในการรักษาช่วงนี้พบว่าคนไข้ถูกไฟไหม้ที่ท่อทางเดินหายใจทำให้ต้องใช้ท่อช่วยหายใจที่จะต้องมีการให้อาหารพวกสารน้ำไปด้วย รวมทั้งมีการทำแผลที่ป้องกันการติดเชื้อควบคู่ไปด้วยเช่นกัน

ขณะที่ น.ส.ประภารักษ์ อายุ 31 ปี ภรรยานายภานุวัฒน์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้เบาใจได้บ้างเนื่องจากมีหมอดูแลอย่างดี สามีเริ่มมีอาการตอบสนอง สามารถสื่อสารกันได้ อาการไตวายก็ดีขึ้น ปัสสาวะเองได้ แต่อุจจาระแพทย์ยังต้องดูแลต่อไป ขณะนี้แฟนเป็นคนไข้ปลอดเชื้อเพียงผู้เดียว ตนได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ทั้งเที่ยงและเย็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับแฟน ไม่ได้ทอดทิ้งไปไหน ให้สู้ๆ เพื่อลูกเพื่อเมียที่รอคอย แฟนโต้ตอบสนองด้วยสายตา ซึ่งมองออกว่าเขาคลายกังวลไปมาก

“แฟนทำงานที่โรงเบียร์มากว่า 3 ปี รับผิดชอบดูแลในตำแหน่ง ซาวด์เอ็นจิเนียร์ จนเป็นที่ไว้วางใจ หลังเกิดเหตุพยายามติดต่อกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเพจโรงเบียร์ หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่มีการตอบรับแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีทนาย ไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือหุ้นส่วนต่างๆ สอบถามถึงอาการ ถามถึงสถานที่รักษา และเงินเยียวยา ปล่อยเผชิญชะตากรรม ต้องหยุดงานมาดูสามี และลูก 2 คน วัย 7-8 ขวบ ต้องหาบ้านเช่าชั่วคราวเพื่อเป็นการประหยัด”

น.ส.ประภารักษ์ บอกด้วยว่า ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีเมื่อ “มูลนิธิองค์กรทำดี”โดยคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และคุณก๊อต ได้มอบแพมเพิส และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 20,000 บาทไว้ใช้จ่ายเรื่องค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างที่สามีพักรักษาตัวอยู่ที่ลพบุรี ขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯในวันเกิดเหตุ รพ.เปาโล และ รพ.พระนารายณ์มหาราช ที่ดูแลสามีเป็นอย่างดีจนอาการดีขึ้นตามลำดับ

” อยากวิงวอนขอให้ทาง โรงเบียร์ ได้แสดงความรู้สึกที่ดีต่อผู้สูญเสียบ้าง แฟนทำประโยชน์ให้มากมาย เมื่อถึงคราวเคราะห์ ก็ควรหันมาดูแลกันบ้าง อย่าปล่อยให้เผชิญชะตากรรมโดดเดี่ยวแบบนี้เลย “

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน