สะเทือนใจ! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก ทำแม่ดับ-ลูก 2 คนสาหัส ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้านพยานแฉ พฤติกรรมส่อเมาแล้วขับ
ความคืบหน้ากรณีโลกโซเชียลแชร์ภาพอุบัติเหตุสลด รถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้ 3 แม่ลูกที่นั่งซ้อนท้ายกันมากระเด็นไปคนละทิศละทาง โดยผู้เป็นแม่กระเด็นตกไปในท่อระบายน้ำ ส่วนลูกชายวัย 13 ปี และลูกอีกคนกระเด็นไปอยู่กลางถนน อาการสาหัสทั้ง 3 ราย
ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อทราบว่าคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์ตัดสินใจออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย
ล่าสุด ที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ครอบครัวได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ปิยวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต โดยมี ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ตำรวจ สภ.คลองลาน คู่กรณี เดินทางมากราบขอขมาศพและมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานเบื้องต้น โดยมีการพูดคุยแนวทางเยียวยาต่อหน้าผู้นำชุมชน ซึ่งคู่กรณีระบุว่าเป็นการช่วยเหลือค่าทำศพ ส่วนการเยียวยาในด้านอื่น ๆ จะมีการเจรจากันอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนา
ด้านลูกสาวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เปิดเผยด้วยความเศร้าสลดว่า ยังคงอยู่ในสภาวะสับสนและกังวลใจอย่างมาก ทั้งเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในบ้านและการใช้ชีวิตหลังจากนี้ เพราะแม่ที่เป็นเสาหลักต้องจากไปกะทันหัน โดยเฉพาะความเป็นห่วงน้องที่ยังรักษาตัวอยู่ในอาการสาหัสและยังไม่ฟื้น อีกทั้งยังกังวลว่าหากน้องฟื้นขึ้นมาจะได้รับผลกระทบทางสมองหรือร่างกายหรือไม่ ประกอบกับความไม่มั่นใจในความยุติธรรมของกระบวนการเยียวยาจากคู่กรณี ทำให้ครอบครัวตกอยู่ในสภาวะมืดแปดด้าน
ในส่วนของนายซี (สงวนชื่อนามสกุล) น้องชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ของหลาน ๆ และอนาคตที่ยังมองไม่เห็น เนื่องจากตนเองก็มีปัญหาสุขภาพและไม่มีงานทำประจำ การสูญเสียพี่สาวซึ่งเป็นเสาหลักไปถือเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมาก ตนมีความกังวลอย่างยิ่งว่าหากหลาน ๆ ฟื้นขึ้นมา ร่างกายและสติสัมปชัญญะจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งทางครอบครัวต้องการความชัดเจนและการดูแลเยียวยาที่เป็นธรรมที่สุดสำหรับเด็กๆ ที่เหลืออยู่
ทางด้านร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ผู้ขับขี่รถยนต์คู่กรณี ยอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เกิดเหตุจริง โดยอ้างว่ารถไหลลงจากเนินและควบคุมรถไม่ได้จนเสียหลักไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีและลงมาดูแลผู้บาดเจ็บทันที พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มสุราอย่างเด็ดขาด ส่วนประเด็นการเยียวยา ตนยืนยันว่าจะดูแลรับผิดชอบทั้งเรื่องบุตรของผู้เสียชีวิตและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม น.ส.เอ (นามสมมุติ) พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุรถกระบะคู่กรณีขับเบี่ยงเข้าไปชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยตรง ไม่ได้มีการตัดหน้าตามที่คู่กรณีกล่าวอ้าง อีกทั้งพยานยังระบุชัดเจนว่าได้กลิ่นสุรา และเห็นท่าทางมึนเมาของคู่กรณีอย่างชัดเจน พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่าเด็กที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายอาการสาหัสมากต้องเข้าห้องไอซียู และพร้อมจะให้การกับเจ้าหน้าที่เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียหายที่ต้องสูญเสียอย่างไม่เป็นธรรมในครั้งนี้