สำนักศิลปากรที่ 10 ชี้แจง รูปปั้น ปราสาทสระกำแพงใหญ่ วัดสร้างเอง ขอให้รื้อแล้ว โดยขอความร่วมมือทางวัดหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ
กรณีมีการนำเสนอข่าว ภูมิทัศน์ของปราสาทสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ว่าเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ในเขตประเทศไทย ไม่นับรวม ปราสาทพระวิหาร ตามหลักภูมิศาสตร์สากล แต่ประสบความล้มเหลวที่สุด ในเชิงการอนุรักษ์และพัฒนา เพราะนับวันสภาพ ‘ทัศนะอุจาด’ เชิงภูมิทัศน์ยิ่งเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมองจากมุมใด
วันที่ 20 ก.ค.2569 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอเรียนว่า ประเด็นสิ่งปลูกสร้างในเขตโบราณสถานปราสาทสระกำแพงใหญ่ ทางวัดสระกำแพงใหญ่ เป็นเจ้าของแนวคิดและดำเนินการเอง โดยไม่ได้ขออนุญาตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นหนังสือ โดยอ้างว่า ดำเนินการนอกเขตโบราณสถานที่กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ขนาดพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ได้รับทราบข้อมูลแนวเขตโบราณสถาน จึงร้องเรียนไปยังสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมาอยู่เป็นประจำ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทางสำนักฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานขอความร่วมมือจากเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่หลายครั้ง แต่ทางวัดอ้างว่า โบราณสถานตั้งอยู่ในเขตวัดสระกำแพงใหญ่ กรมศิลปากรไม่มีอำนาจสั่งให้รื้อถอนสิ่งติดตั้งหรือสิ่งก่อสร้างภายในเขตวัดสระกำแพงใหญ่
สำหรับประติมากรรมที่ติดตั้งบริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ นั้น เนื่องจากติดตั้งในเขตโบราณสถาน และรูปแบบการดำเนินการไม่เข้ากับบริบทของโบราณสถาน ทางสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และขอเข้าพบเพื่อประสานขอความร่วมมือต่อเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่
แต่เจ้าอาวาสติดภารกิจนอกพื้นที่ ทางสำนักฯ จึงมีหนังสือนมัสการเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งติดตั้งและปรับพื้นที่โบราณสถานให้อยู่ในสภาพปกติดังเดิม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569
ปัจจุบัน ทางวัดยังไม่ได้ดำเนินการรื้อถอน จึงปรากฏภาพทัศนะอุจาดในสื่อออนไลน์ จากปัญหาที่เกิดขึ้น สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จะดำเนินการประสานขอความร่วมมือให้ทางวัดสระกำแพงใหญ่รื้อถอนสิ่งติดตั้ง หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิทัศน์โบราณสถาน ออกจากพื้นที่โบราณสถาน เป็นหนังสืออีกครั้ง