โคราช ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน อุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้ สาเหตุอันดับหนึ่งมีชื่อครอบครองรถ แต่ไม่ได้ขับ ยาย 74 โอดชีวิตลำบากจริงๆ อยากได้สิทธิรอบนี้
วันที่ 21 ก.ค.2569 ที่ห้องคลังจังหวัดนครราชสีมา ศาลากลางจ.นครราชสีมา ได้เปิดเป็นจุดช่วยเหลือและให้คำแนะนำประชาชนที่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำกับประชาชนที่ยื่นอุทธรณ์รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิ์ฯ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์บางประการ
เจ้าหน้าที่คลังจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า มีประชาชนมาใช้บริการไม่มากเท่าที่ควร ตลอดทั้งวันมีประมาณ 10 รายเท่านั้น สาเหตุที่คนมาน้อยเพราะส่วนใหญ่จะเดินทางไปติดต่อยื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเองที่ธนาคารทั้ง 5 แห่ง รวมไปถึงยื่นอุทธรณ์ผ่านช่องทางอื่นๆ ซึ่งผู้ที่มายื่นอุทธรณ์ที่สำนักงานคลังจังหวัดฯ เจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือด้วยการแนะนำเรื่องการยื่นอุทธรณ์ รวมไปถึง ให้ไปติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้
นอกจากนี้ ข้อมูลจากคลังจังหวัดฯ ยังพบอีกว่า สาเหตุส่วนใหญ่ที่ประชาชนได้ยื่นทบทวนสิทธิ์นั้น มาจากมีชื่อครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เนื่องจากผู้ยื่นรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ชื่อออกรถให้กับลูกหลาน และอีกสาเหตุหนึ่ง คือ การมีชื่อครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์แต่ข้อเท็จจริงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ครอบครองได้ขายต่อ ชำรุด หรือถูกยึดไปแล้ว แต่ยังมีชื่อปรากฏเป็นข้อมูลผู้ครอบครองที่สำนักงานขนส่งจังหวัดฯ ทำให้คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา จึงต้องมายื่นอุทธรณ์ในครั้งนี้
คลังจังหวัดนครราชสีมา ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ตรวจสอบขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ให้ละเอียด ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในกรณีตรวจสอบสิทธิด้วยตนเอง คือ จะต้องกดปุ่มยืนยันการยื่นอุทธรณ์ฯ จึงจะมีรายชื่อการยื่นอุทธรณ์ปรากฏในระบบ โดยจะมีระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคมนี้ ส่วนผู้ยื่นอุทธรณ์ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงเอกสาร สามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569
ส่วนบรรยากาศที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมายื่นอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการการแห่งรัฐกันอย่างต่อเนื่อง จากการสอบถามประชาชนที่มารอยื่นอุทธรณ์ฯ พบว่า ส่วนใหญ่มีชื่อครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ได้เป็นผู้ใช้เอง เป็นการใช้ชื่อไปออกรถให้กับลูกหลาน ในขณะที่บางรายมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่รถจักรยานยนต์คันเดิมถูกยึดไปแล้ว แต่มีข้อมูลรายชื่อปรากฏในระบบของขนส่งจังหวัดฯ ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้
นางนิภาวรรณ อายุ 74 ปี บอกว่า ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทำให้ต้องไปที่ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เพื่อไปขอเอกสารการครอบครองรถจักรยานยนต์นำมายื่นให้กับทางธนาคารฯ ซึ่งรถจักรยานยนต์คันแรกถูกยึดไปแล้วเมื่อปี 2564 แต่ยังมีชื่อครอบครองรถอยู่ในระบบของกรมการขนส่งฯ
” ส่วนรถจักรยานยนต์คันปัจจุบันก็ยังผ่อนไม่หมด นำมาใช้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้วันละ 150-200 บาทเท่านั้น ซ้ำยังป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้ใช้ชีวิตแต่ละวันเต็มไปด้วยความยากลำบาก อยากได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งงรัฐในรอบนี้ จะได้ช่วยเรื่องค่าครองชีพได้บ้าง “


