เหลือเวลาแค่ 6 วัน ขยายถนนคืบหน้าแค่ 40% ซ้ำหน่วยงานรัฐเตรียมต่อสัญญาให้ผู้รับเหมา ป.ป.ช.ยโสธร ลงพื้นที่เบรกทันที ชี้เข้าข่ายส่อเอื้อประโยชน์ จี้หารือ สตง. ด่วน
วันที่ 22 ก.ค.69 รายงานข่าวว่า วานนี้ (21 ก.ค.) นายประกอบ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ประจำปี พ.ศ.2569 “โครงการขยายผิวจราจรพร้อมเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต วางท่อระบายน้ำ และไฟถนนโซลาร์เซลล์ ซอยเทศบาล 18” งบประมาณ 9,324,000 บาท ภายใต้การดูแลของเทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา โดยมีรองนายกเทศมนตรี รักษาการปลัด และผู้อำนวยการกองคลัง ร่วมให้ข้อมูล
โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน (28 มกราคม – 27 กรกฎาคม 2569) ดำเนินการโดย หจก.แห่งหนึ่ง จากการประเมินเนื้องานหลักหน้างาน พบว่าปัจจุบันโครงการเดินหน้าไปได้เพียงร้อยละ 40 เท่านั้น โดยยังเหลือภาระงานหนักทั้งการขุดวางบ่อพักถึง 160 บ่อ ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก 900 ท่อน และการปูผิวถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ซึ่งในทางปฏิบัติ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่เหลืออีกเพียง 6 วัน
ประเด็นที่สร้างความกังขาอย่างรุนแรง คือการที่คณะกรรมการตรวจรับฯ มีมติจะพิจารณา “ขยายสัญญาเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน” (ไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569) โดยหยิบยกเหตุผลว่า “เทศบาลออกแบบฝาตะแกรงไม่ได้ขนาด”
ผู้อำนวยการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร ได้ท้วงติงว่า การใช้ข้ออ้างเรื่องส่วนประกอบย่อยอย่างฝาตะแกรง มาเป็นเหตุผลในการขยายอายุสัญญาให้กับงานโครงสร้างหลักที่ยังทำไม่เสร็จถึง 60% เป็นเรื่องที่ขาดความสมเหตุสมผล พฤติการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเข้าข่าย “การหลีกเลี่ยงหรือประวิงเวลาเพื่อให้ผู้รับจ้างรอดพ้นจากการถูกปรับรายวัน” ซึ่งถือเป็นการเอื้อประโยชน์และทำให้หน่วยงานรัฐได้รับความเสียหาย
เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดระเบียบ ป.ป.ช. ได้เสนอแนะให้เทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา ชะลอการอนุมัติขยายสัญญาดังกล่าว และส่งเรื่องปรึกษาหารือกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคลังจังหวัด เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ
พร้อมกันนี้ ป.ป.ช. ได้เน้นย้ำว่า หากพ้นกำหนดสัญญาวันที่ 27 ก.ค.69 เทศบาลจะต้องดำเนินการ “คิดค่าปรับตามสัญญา” ในทันที และต้องส่งผู้ควบคุมงานลงพื้นที่กำกับดูแลคุณภาพงานก่อสร้างอย่างเข้มงวด ห้ามปล่อยให้ผู้รับจ้างเร่งงานจนละเลยมาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่โดยเด็ดขาด