นักวิชาการสันติภาพ ชูหลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ ดับไฟใต้ หลัง 5 ทหารพรานเสียชีวิต แนะทุกภาคส่วนสามัคคี ยกระดับการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่กำลังเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายนพดล กรรณิกาอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวว่า การสูญเสียทหารพรานทั้ง 5 นาย จากเหตุโจมตีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เพียงความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่เป็นความสูญเสียของคนไทยทั้งชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นจุดเปลี่ยนให้ประเทศไทยร่วมกันทบทวนว่า เราจะยุติวงจรความไม่สงบด้วยยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้อย่างไร

“ผมขอนำคำกล่าวเชิงยุทธศาสตร์ที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวไว้ว่า “ผมสั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” มาเป็นสัญลักษณ์ของหลักคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการปกป้องชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ทุกวันที่ล่าช้าอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตที่ไม่อาจเรียกคืนได้ คำกล่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงการเร่งงาน แต่สะท้อนหลักคิดว่า การป้องกันต้องเร็วกว่าเหตุการณ์ และการตัดสินใจต้องเร็วพอที่จะรักษาชีวิตคน“นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ อุทิศแด่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และพลเรือน ผู้เสียสละเพื่อชาติและประชาชนยิ่งกว่าชีวิตของตน คือข้อมูลที่ดีนำการตัดสินใจ ยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง ประชาชนคือพลังแห่งชัยชนะ สร้างชาติให้มั่นคง ประชาชนอยู่ดี มีสุขอย่างยั่งยืน

นายนพดล กล่าวว่า โดยหลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ ยุติความไม่สงบภายในประเทศ คือ

1.คนในชาติต้องสามัคคี ไม่แตกแยก 2.อย่าใช้อารมณ์นำยุทธศาสตร์ 3.ใช้ข้อมูล Data Science นำการตัดสินใจ 4.ข่าวกรองต้องมาก่อนกำลัง

5.เทคโนโลยีต้องเหนือกว่าผู้ก่อเหตุ 6.บริหารความเสี่ยงเชิงอนาคต ไม่ใช่รอแก้ปัญหา 7.จับให้ถูกคน 8.ตัดให้ถึงเครือข่าย 9.คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ และรักษาความชอบธรรมของรัฐ และ10.ชนะใจประชาชน คือชัยชนะที่ยั่งยืนที่สุด

นายนพดล กล่าวด้วยว่า งานด้านความมั่นคง เวลาเป็นปัจจัยที่มีความหมายต่อชีวิตของผู้คน หากข่าวกรองช้า การวิเคราะห์ช้า การประสานงานล่าช้า ผลลัพธ์อาจหมายถึงการสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ดังนั้นอยากให้ทุกภาคส่วนยกระดับการทำงานจาก การตอบสนองหลังเกิดเหตุ ไปสู่การคาดการณ์และป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี การวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

นายนพดล กล่าวว่า ประเทศไทยจะก้าวข้ามความรุนแรงได้ ไม่ใช่ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่ด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนทั้งประเทศ เช่น อาสาสมัครตำรวจบ้าน (อส.ตร.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และ ลูกเสือชาวบ้าน เป็นต้น จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมกัน สร้างความสามัคคี สนับสนุนการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการป้องกันภัย ร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสเมื่อพบสิ่งผิดปกติ ไม่ส่งต่อข่าวลือหรือข้อมูลที่สร้างความแตกแยก ร่วมกันสร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรงและเคารพหลักนิติธรรม

เมื่อประชาชนเข้มแข็ง รัฐมีประสิทธิภาพ และทุกฝ่ายร่วมมือกัน ประเทศไทยก็จะเข้มแข็งยิ่งกว่าเครือข่ายของผู้ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน