แก๊งบิ๊กไบก์ บุกทำร้ายพนักงานร้านกัญชา สั่งคลานกราบเท้า เตะเสยคาง รุมกระทืบซ้ำน่วมกลางเมืองเชียงใหม่ วงจรปิดจับภาพชัด เผยคำพูดผู้ก่อเหตุ คาดเป็นชนวนเดือด
วันที่ 2 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ได้รับแจ้งเหตุในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ในแก๊งบิ๊กไบก์แก๊งหนึ่ง บุกทำร้ายร่างกายพนักงานร้านกัญชากลางเมือง อีกทั้ง ยังมีการสั่งให้คลานเข้ามากราบเท้าก่อนเตะเสยปลายคางและกระทืบซ้ำบาดเจ็บ โดยให้ลูกน้องอัดคลิปไว้ด้วย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้ทำการจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 ราย หลังเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก และเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดี

แก๊งบิ๊กไบก์ บุกทำร้ายพนักงานร้านกัญชา สั่งคลานกราบเท้า เตะเสยคาง รุมกระทืบซ้ำน่วมกลางเมืองเชียงใหม่ วงจรปิดจับภาพชัด เผยคำพูดผู้ก่อเหตุ คาดเป็นชนวนเดือด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.14 น. ภายในร้านกัญชาแห่งหนึ่ง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุ 5-6 คน บุกเข้าไปทำร้ายพนักงานชายอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะบวมและมีเลือดคั่ง
จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า หัวหน้ากลุ่มได้บังคับให้ผู้เสียหายคุกเข่า คลานเข้าไปกราบเท้า แม้ผู้เสียหายจะยกมือไหว้ขอชีวิตและกล่าวขอโทษตลอดเวลา แต่ยังถูกเตะเสยคางและกระทืบซ้ำอย่างทารุณ
โดยในคลิปหนุ่มบิ๊กไบก์ซึ่งสวมเสื้อกลุ่มของคนขี่รถฮาเลย์ฯ ได้บังคับให้คนเจ็บคลานเข่าเข้ามากราบเท้าขอโทษ ซึ่งคนเจ็บเองก็ทำตามพร้อมกับคำขอโทษด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความกลัวตลอดเวลา
ก่อนที่จะคลานเข้าไปถึงที่เท้าและก้มลงกราบตามคำขู่ แต่กลับถูกเตะเสยเข้าที่ปลายคาง และเตะรวมทั้งกระทืบกับพื้นถนนซ้ำหลายต่อหลายครั้ง โดยคลิปเสียงจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงบันทึกเสียงผู้ก่อเหตุตะโกนว่า “มึงเล่นเมียกู มึงกล้าเล่นเมียคนอื่นเหรอ” ซึ่งคาดว่าเป็นชนวนเหตุของการทำร้าย
หลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายยังได้ถอดเมมโมรี่การ์ดของกล้องวงจรปิดภายในร้านออกไป เพื่อหวังทำลายหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบ จนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้
ต่อมาในช่วงค่ำวันที่ 1 ส.ค. ชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย ก่อนนำตัวเข้าสอบสวนและดำเนินคดี โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,
ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จากกรณีถอดเมมโมรี่การ์ดกล้องวงจรปิด และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือเสรีภาพ
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

