กระต่ายเนื้อมาแรง! เกษตรกรวัย 52 ปรับโรงเรือนเลี้ยงกระต่ายเนื้อและกระต่ายสวยงาม ตอบโจทย์ตลาดลูกค้าจังหวัดในภาคใต้ ราคาดีกว่าเนื้อหมูเท่าตัว สร้างรายได้เสริมหลักหมื่นต่อเดือน
วันที่ 3 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรกานต์ฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงกระต่ายของนายนาวี จันทร์กระจ่าง อายุ 52 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 8 ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ได้ปรับเปลี่ยนโรงเรือนเลี้ยงแพะมาเป็นโรงเรือนเลี้ยงหนูตะเภา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงปรับมาเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงกระต่ายเนื้อและกระต่ายสวยงาม จำนวน 2 สายพันธุ์คือพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์และใจแอนด์
เนื่องจากกระต่าย 2 สายพันธุ์นี้ ให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง โตเร็ว สีสวยและเลี้ยงง่าย โดยเริ่มเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ตอนนี้มีกระต่ายพร้อมขายอยู่กว่า 100 ตัวต่อเดือน
โดยเฉพาะกระต่ายเนื้อ ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3-4 เดือนจะได้ลูกกระต่ายที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2.5 กิโลกรัม ขายได้ตัวละ 200-350 บาท ซึ่งได้ราคาดีกว่าเนื้อหมูถึงเท่าตัว โดยแม่กระต่าย 1 ตัวจะตั้งท้องนานประมาณ 30 วัน และออกลูกครั้งละ 7-8 ตัว กินอาหารกระต่ายทั่วไป เสริมด้วยใบตองสด หญ้าสด รำข้าวและพืชผักสวนครัวริมรั้วที่ปลอดสาร รวมทั้งปล่อยกระต่ายให้ออกมาวิ่งเล่นนอกกรง เพื่อลดความเครียดในช่วงเช้าและเย็น
ซึ่งกระต่ายที่มีน้ำหนักกว่า 2 กิโลกรัมจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงฟาร์มเดือนละประมาณ 50-100 ตัว เพื่อส่งไปขายต่อที่ จ.ปัตตานี ส่วนกระต่ายสวยงามจะมีลูกค้าทั้งใน จ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียง มาเลือกซื้อเพื่อไปเลี้ยงตามร้านอาหาร คาเฟ่ สวนสัตว์และโรงแรมต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้ชม ราคาขายตัวละ 200-450 บาท ซึ่งตอนนี้กระต่ายสวยงามถูกซื้อไป จนขยายพันธุ์ได้ไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า จึงต้องมีการสั่งจองล่วงหน้านานนับเดือน
ซึ่งถือเป็นอาชีพเสริมที่หลายคนมองข้าม แต่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 15,000-18,000 บาทต่อเดือน และเป็นอาชีพเสริมที่ยังไร้คู่แข่ง เนื่องจากในตำบลน้ำผุด อ.เมืองตรัง มีแค่นายนาวีกับเครือข่ายอีก 1 คนรวม 2 คนเท่านั้น ที่สามารถผลิตกระต่ายเนื้อเพื่อส่งขายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 150 ตัว
ด้านนายนาวี กล่าวว่า ตนเลี้ยงกระต่ายมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว โดยมี 2 สายพันธุ์คือนิวซีแลนด์ไวท์และใจแอนด์ มีพ่อพันธุ์อยู่ 4 ตัวแม่พันธุ์ 24 ตัว รุ่นลูกจะแบ่งเป็นชุด เวลาผสมจะมีลูกประมาณ 7-8 ตัวต่อแม่ 1 ตัว ทำได้ลูกกระต่ายประมาณ 30-40 ตัวต่อรุ่น เลี้ยงประมาณ 3-4 เดือนจะได้น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกว่า ราคาส่งก็โอเค ส่งไปยัง จ.ปัตตานี ตลาดเริ่มกว้างขึ้นเพราะคนรู้จักเยอะขึ้น
ตอนนี้มีลูกกระต่ายเพิ่งหย่านมพร้อมขายประมาณ 30 กว่าตัว เป็นสายเนื้ออีกเกือบ 70 ตัว เป็นอาชีพทางเลือกที่ดี การจัดการและเวลาที่ใช้ไปไม่เยอะ แต่ละรอบจะส่งอยู่ขั้นต่ำ 50-100 ตัว โดยมีเกษตรกรมาศึกษาดูงานและมีนักศึกษามาฝึกงานด้วย ซึ่งการส่งจะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือส่งตรงเพื่อการบริโภคจะชั่งน้ำหนักให้ได้ 2 กิโลขึ้น กับการขายลูกค้าทั่วไปที่มาเที่ยวจะซื้อไปเลี้ยง พวกคาเฟ่ที่นำไปเลี้ยงเพื่อให้คนไปจับเล่น



