กลุ่ม สสรท. จี้ ก.แรงงาน ชะลอมติใช้ สูตร CARE หวั่น คำนวณสิทธิประโยชน์บำนาญ ผู้ประกันตน เสียสิทธิระยะยาว เรียกร้องทบทวนอย่างรอบด้าน 4 ส.ค. เข้าพบ จับกัง1 ที่ทำเนียบรัฐบาล

3 สิงหาคม 2569 – ที่กระทรวงแรงงาน นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) นำตัวแทน สสรท. เข้าพบ นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ที่กระทรวงแรงงาน

เพื่อหารือเรื่องการคัดค้านการใช้สูตร CARE คำนวณสิทธิประโยชน์บำนาญให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม โดยแสดงความกังวลว่า แนวทางดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานทบทวนอย่างรอบด้าน

นายพิพัฒน์ชัย กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มแรงงาน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสูตร CARE จึงได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำความเข้าใจในประเด็นที่มีความกังวล

“ในที่ประชุม ได้มีการอธิบายประเด็นตามข้อกังวลของกลุ่มแรงงาน ซึ่งในหลายเรื่องสามารถสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีบางประเด็นที่หน่วยงานยอมรับว่า ยังอธิบายได้ไม่ชัดเจน แต่ภาพรวมของการหารือถือว่า ได้ช่วยคลี่คลายข้อสงสัยไปได้พอสมควร

โดบในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กลุ่มแรงงาน มีกำหนดจะเข้าพบ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม” นายพิพัฒน์ชัย กล่าว

นายพิพัฒน์ชัย กล่าวว่า สำหรับประเด็นความเห็นต่างนั้น ตัวอย่าง การคำนวณช่วงเวลา 180 วัน (6 เดือน) ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า การคำนวณในช่วง 180 วันสุดท้าย หากดำเนินต่อไปแล้วเกิดกรณีที่เงินเดือนลดลง อาจส่งผลให้ฐานการคำนวณสิทธิประโยชน์ลดลงตามไปด้วย

ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า ควรเริ่มคำนวณตั้งแต่วันแรก เพื่อเป็นหลักประกันด้านสวัสดิการและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกันตน แม้ว่าในช่วง 180 วันสุดท้าย เงินเดือนจะมีการปรับลดลงก็ตาม อีกมุมหนึ่ง ฝ่ายที่เห็นต่างได้โต้แย้งว่า หากนำข้อมูลตั้งแต่วันแรกมาคำนวณ อาจทำให้ยอดเงินที่ได้รับลดลง

“ขั้นตอนในระยะต่อไป จะเป็นอำนาจในการพิจารณาของรัฐมนตรี โดยหน่วยงานจะรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นทั้งหมดจากการหารือเสนอต่อรัฐมนตรี เพื่อประกอบการตัดสินใจ และหากมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แนวทางการดำเนินการต่อไป เช่น การออกประกาศหรือกฎกระทรวง จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของรัฐมนตรี และ ครม.เป็นสำคัญ” นายพิพัฒน์ชัย กล่าว

ด้าน นายสาวิทย์ กล่าวว่า สูตรดังกล่าวเป็นของ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) พอเห็นสิ่งที่คำนวณมา ก็รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม และได้รับฟังเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายที่มีทั้งความกังวล

“เรามีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากใช้วิธีนำฐานเงินเดือนทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ยแล้ว ย่อมมีแนวโน้มที่จะทำให้ผลประโยชน์ลดลง ไม่มีทางที่จะได้มากขึ้น และสิ่งที่ประกันสังคมพยายามจะอธิบายว่า ความไม่แน่นอนของการจ้างงาน ที่ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลสนับสนุน ซึ่งอาจขัดกับหลักการพื้นฐานของกระทรวงแรงงาน ที่มีหน้าที่ด้านการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม” นายสาวิทย์ กล่าว

นายสาวิทย์ กล่าวอีกว่า การตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับรูปแบบการจ้างงานในอนาคต เช่น ชั่วโมงการทำงานหรือรายได้ที่ไม่แน่นอน อาจยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และทำให้ออกแบบนโยบายคลาดเคลื่อนได้

โดยตลอดการถกเถียงในหลายเวทีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างยืนยันว่า รูปแบบที่เสนอมีความถูกต้องและเป็นธรรม ขณะที่ฝ่ายประกันสังคมก็พยายามยึดหลักความเป็นธรรมเช่นกัน แต่ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพียงพอ

นายสาวิทย์ กล่าวว่า การที่ระบบประกันสังคมจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้โดยอัตโนมัตินั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ ตลอดชีวิตการทำงานกว่า 30-40 ปี อีกทั้งกระบวนการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. มีหลายขั้นตอนและผ่านการพิจารณาจากหลายหน่วยงาน ซึ่งความคิดเห็นในแต่ละขั้นตอน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางส่วนยังไม่ได้รับทราบอย่างครบถ้วน

จะเป็นไปได้หรือไม่ ให้ชะลอ หรือ หยุดมตินี้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้หารือร่วมกันอย่างรอบด้าน หรืออาจพิจารณาให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกใช้สูตรการคำนวณได้ โดยถ้าเห็นว่าสูตรเดิมเหมาะสมก็สามารถใช้สูตรเดิมต่อไป หรือเห็นว่า สูตรใหม่ดีก็สามารถเลือกใช้สูตรใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรการชดเชยเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการตัดสินใจโดยสมัครใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน