มอบตัวแล้ว กระบะตู้ทึบ ขับชนจักรยานยนต์ สาววัย32 ร่างกระเด็นเสียชีวิต อ้างตกใจ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเองเลยขับหนี โดนแจ้ง 2 ข้อหา
จากกกรณีรถกระบะตู้ทึบพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของ น.ส.ชลีพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี บริเวณถนนมิตรภาพ หน้าโรงแรมนิวเพลส ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนผู้ขับขี่จะหลบหนี สร้างความสะเทือนใจให้ครอบครัว โดยสามีของผู้เสียชีวิตเดินทางไปทำงานอยู่ที่ไต้หวัน นั้น
ล่าสุดวันที่ 4 ส.ค.2569 ที่สภ.เมืองอุดรธานี นายวีระชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบคู่กรณี เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.ต.ศราวุธ สุระเสียง สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี โดยมีทนายความและเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยเดินทางมาด้วย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเบื้องต้น

มอบตัวแล้ว กระบะตู้ทึบ ขับชนจักรยานยนต์ สาววัย32 ร่างกระเด็นเสียชีวิต อ้างตกใจ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเองเลยขับหนี โดนแจ้ง 2 ข้อหา
พนักงานสอบสวนได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะของผู้ต้องหาส่งตรวจหาสารเสพติด และส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลอุดรธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจอย่างเป็นทางการ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี
พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และ “ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานภายหลังเกิดอุบัติเหตุ” ก่อนที่ผู้ต้องหาจะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยพนักงานสอบสวนกำหนดหลักทรัพย์ประกันตัวไว้จำนวน 400,000 บาท
ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน นายวีระชาติ ยกมือไหว้กล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “ผมต้องขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ ผมยอมรับผิดทุกอย่างทุกประการ”
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่ขับรถหลบหนีหลังเกิดเหตุ นายวีระชาติ กล่าวว่า “วันนั้นผมตกใจและกลัวมาก เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน”
ส่วนประเด็นการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ต้องหา กล่าวว่า พร้อมรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายอย่างเต็มที่ตามกำลังความสามารถที่ตนจะทำได้ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกขั้นตอนของคดี
ด้าน พนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว จะรวบรวมพยานหลักฐาน ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงผลตรวจหาสารเสพติด เพื่อประกอบสำนวนส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่การสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุและพฤติการณ์ทั้งหมด ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

