ตร.ขอนแก่น คุม ‘ฟลุ๊ก-ไปป์’ ทำแผนฉุดหญิง ลากเข้าห้องน้ำ ส่งฝากขังศาล ค้านประกัน ฟัน 2 ข้อหา ‘ฟลุ๊ก’ โดนเพิ่มอีกข้อหา สร้างสถานการณ์แจ้งความเท็จอ้างถูกชิงทรัพย์

ตำรวจคุม 2 หนุ่มชี้จุดฉุดหญิงวัย 39 ปีที่บึงสวาง ผู้ต้องหารับสบตาพยักหน้าเป็นสัญญาณก่อนลงมือ ผู้เสียหายกัดนิ้วและร้องขอความช่วยเหลือจนตำรวจผ่านมาพบทัน หนึ่งในผู้ต้องหายังแจ้งความเท็จอ้างถูกชิงทรัพย์ ตำรวจเตรียมฝากขังพร้อมคัดค้านประกันตัว

วันที่ 4 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.กรภพ เนตรไธสง ผกก.สภ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พร้อมพนักงานสอบสวนและตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านฝาง ควบคุมตัวนายธนโชติ หรือฟลุ๊ก อายุ 20 ปี และนายสิทธิชัย หรือไปป์ อายุ 21 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ

ในข้อหาร่วมกันกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น จากกรณีร่วมกันฉุดหญิงวัย 39 ปี และพยายามลากเข้าไปบริเวณห้องน้ำภายในสวนสาธารณะบึงสวาง เขตเทศบาลตำบลบ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เมื่อคืนวันที่ 2 ส.ค. 2569

โดยผู้ต้องหาทั้งสองสารภาพว่าไม่มีใครเป็นผู้นำ แต่ทั้งคู่มองหน้ากันและพยักหน้าให้กัน เป็นอันเข้าใจ ก่อนร่วมกันลงมือทันที ผู้ต้องหาทั้งสองเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น. ได้นั่งดื่มสุรากันอยู่ที่บ้านใน จ.สาวะถี ดื่มสุรารวมประมาณ 3 ขวด จนมีอาการมึนเมา

จากนั้นพากันขี่รถจักรยานยนต์เที่ยวเล่นมาเรื่อยๆ จนถึง อ.บ้านฝาง เมื่อมาถึงบริเวณใกล้สะพานลอย ทั้งคู่เห็นผู้เสียหายนั่งอยู่เพียงลำพัง แต่ขับรถเลยไปก่อนเพื่อเติมน้ำมันและซื้อสุรามานั่งดื่มบริเวณบึงสวาง เมื่อกลับมายังพบว่าผู้เสียหายนั่งอยู่บริเวณที่นั่งริมบึงจึงลงมือก่อเหตุ

พ.ต.อ.กรภพ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้เสียหายเดินทางมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะบึงสวาง ซึ่งตามปกติจะมีประชาชนมานั่งพักผ่อน พูดคุย และนัดพบกันเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ต่อมาช่วงใกล้เวลา 22.00 น. ผู้ก่อเหตุทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์มาจอดและเข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ต้องการพูดคุยด้วย จึงเดินเลี่ยงไปนั่งอีกจุดหนึ่ง

ผู้ก่อเหตุทั้งสองยังเดินตามไปนั่งประกบข้าง พร้อมชวนดื่มสุราและพูดคุย โดยถือสุราติดมือมาด้วย จากนั้นผู้ก่อเหตุพูดจาในลักษณะล่อแหลมและถามซื้อบริการจากผู้เสียหาย ผู้เสียหายปฏิเสธ พร้อมบอกว่าไม่ใช่บุคคลลักษณะดังกล่าว และตนมีอายุมากแล้ว ขออย่าพูดเช่นนี้ ก่อนลุกเดินหนีเพื่อกลับบ้าน

พ.ต.อ.กรภพ กล่าวต่อว่า ระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังเดินออกไป ผู้ก่อเหตุทั้งสองลุกขึ้นจับและกระชากแขน ก่อนลากผู้เสียหายไปตามพื้นมุ่งหน้าไปบริเวณห้องน้ำด้านหลังป้อมยาม พยายามลากเข้าไปเพื่อกระทำอนาจารหรือกระทำความผิดทางเพศ ผู้เสียหายพยายามต่อสู้และขัดขืน โดยนายฟลุ๊กซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนตัวใหญ่ ถูกผู้เสียหายกัดบริเวณนิ้วมือซ้ายจนเป็นแผล จึงปล่อยมือ

พ.ต.อ.กรภพ กล่าวอีกว่า ส่วนนายไปป์ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนตัวเล็ก ยังคงพยายามดึงลากผู้เสียหายไปทางห้องน้ำ ผู้เสียหายดิ้นรนต่อสู้ตลอดเวลา จนมีบาดแผลและรอยถลอกตามร่างกายจากการถูกดึงกระชาก พร้อมพยายามเกาะขอนไม้บริเวณหน้าห้องน้ำไว้ กระทั่งรถยนต์สายตรวจซึ่งออกตระเวนตรวจบริเวณดังกล่าวเป็นประจำผ่านมาถึงพอดี

พ.ต.อ.กรภพ กล่าวต่อว่า เมื่อผู้เสียหายเห็นรถสายตรวจจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบวิ่งเข้าไปตรวจสอบ เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองเห็นตำรวจจึงวิ่งข้ามรั้วของบึงสวาง หลบหนีไปทางด้านหลังบ้านเรือนประชาชนและเข้าไปซ่อนตัว

เจ้าหน้าที่พยายามใช้ไฟส่องค้นหา แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมืดและเป็นพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปลึกเพียงใด จึงยังไม่สามารถจับกุมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้เสียหายไปพบแพทย์ ก่อนพาเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

พ.ต.อ.กรภพ กล่าวอีกว่า ต่อมาเวลาประมาณ 01.00 น. นายฟลุ๊กเดินทางเข้าไปที่ สภ.บ้านฝาง และแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกคนร้าย 2 คนชิงทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า และทรัพย์สินทั้งหมดไป จนเหลือแต่ตัว และขอให้ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย

แต่พนักงานสอบสวนและตำรวจสายตรวจพบพิรุธหลายประการ และสงสัยว่าไม่น่าจะเกิดเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่และบริเวณตามที่นายฟลุ๊กกล่าวอ้าง รวมทั้งลักษณะของผู้ที่เข้าแจ้งความไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่กล่าวอ้าง

พ.ต.อ.กรภพ กล่าวต่อว่า รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งกรณีหญิงวัย 39 ปีถูกฉุด และกรณีที่นายฟลุ๊กแจ้งว่าถูกชิงทรัพย์ พร้อมเชิญผู้เสียหายมาดูภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพของบุคคลที่เข้าแจ้งความ เมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพให้อยู่ในกระบวนการชี้ตัว ผู้เสียหายยืนยันว่า บุคคลที่เข้าแจ้งความว่าถูกชิงทรัพย์ คือหนึ่งในผู้ก่อเหตุที่ร่วมฉุดกระชากและพยายามลากตนไปทางห้องน้ำ

ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวอีกว่า หลังผู้เสียหายชี้ตัวยืนยัน ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลและนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาที่ สภ.บ้านฝาง ก่อนที่ทั้งคู่จะยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฉุดกระชากและใช้กำลังลากผู้เสียหาย เพื่อกระทำอนาจารหรือล่วงละเมิดทางเพศจริง แต่เกิดความตกใจเมื่อเห็นรถสายตรวจและสัญญาณไฟของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงวิ่งหลบหนี

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งสองรายในความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น” ส่วนนายฟลุ๊ก ซึ่งเข้าแจ้งความว่าตนเองถูกชิงทรัพย์ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา คือ “แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปขออำนาจศาลฝากขังระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดี

โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง เนื่องจากพิจารณาว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง และเป็นคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้งสองราย ยังไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรรม เคยต้องโทษ หรือเคยถูกจับกุมมาก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน