ผู้การฯ ชลบุรี สั่งฟันไม่เว้น ตร.เอี่ยว “ป๋อง” 5 ศพ สั่งเร่งสืบคดีคนสูญหายที่ยังไม่ยุติ ตั้งแต่ 1 ม.ค.67 ลั่นไม่ช่วยเหลือคนผิด บังคับใช้กฎหมายโปร่งใส

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่โรงแรมดีลักซ์ฟอเรสต์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและกำชับการปฏิบัติหน้าที่แก่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

การประชุมครั้งนี้มี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง, นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ, ผู้กำกับการตำรวจทั้ง 23 สถานี ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ เข้าร่วมรับมอบนโยบายอย่างพร้อมเพรียง

นายนริศ กล่าวว่า การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุ ติดตามผู้กระทำผิด และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตาม 7 มาตรการสำคัญ ได้แก่

1. ติดตามและเฝ้าระวังผู้พ้นโทษจากเรือนจำที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
2. ตั้งจุดตรวจและออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ โดยบูรณาการกำลังร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)
3. ปราบปรามยาเสพติด ตรวจค้นบ้านร้าง โกดังร้าง และสถานที่ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
4. กวดขันการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ พร้อมเฝ้าระวังผู้แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่เพื่อก่อเหตุ
5. กำชับการพกพาอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
6. เร่งปราบปรามการลักลอบใช้สถานที่ผลิตยาเสพติดและสารเคมีผิดกฎหมาย
7. บูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ ได้มอบแนวทางการปฏิบัติแก่ผู้กำกับการทั้ง 23 สถานี โดยเน้น 7 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดทำบัญชีบุคคลเฝ้าระวัง การยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงและแหล่งท่องเที่ยว

การปฏิบัติตามระเบียบกรณีบุคคลสูญหายอย่างเคร่งครัด การเร่งรัดสืบสวนคดีบุคคลสูญหายที่ยังไม่ยุติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชน รวมถึงการติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ยังเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุอาชญากรรมร้ายแรง หรือเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ทุกสถานีตำรวจเร่งเข้าระงับเหตุ สืบสวนติดตามผู้กระทำผิด และรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นโดยทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและรักษาภาพลักษณ์ของจังหวัดชลบุรีในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวพาดพิงว่า นายทนา หรือ “ป๋อง” ผู้ต้องหาในคดีสำคัญ อาจมีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 โดยมีการตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พยานหลักฐานทางดิจิทัล เส้นทางการเงิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด

พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีรายชื่อหรือถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน หากพบว่ามีการกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น และจะไม่ให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน