จับหนุ่ม 25 ตระเวนลักหัวมันสำปะหลังในไร่เกษตรกรไปขาย ยอมรับทำไปเพราะความจน ลูกไม่มีนมกิน สะเทือนใจเมียอุ้ม 3 ลูกน้อย 2-4 ขวบเยี่ยมผัว ตำรวจสงสารต้องซื้อข้าวซื้อนมให้กิน

วันที่ 4 ส.ค.2569 พ.ต.อ.มนัสวุฒิ บรรยงค์ ผกก.สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ สั่งการ พ.ต.ท.รังสิวัฒน์ กังศรานนท์ รองผกก.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมหัวขโมยตระเวนลักหัวมันสำปะหลังตามไร่มันตามที่เกษตรกรแจ้ง โดยตำรวจแกะรอยจากร้านรับซื้อหัวมันสำปะหลังไปจับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พร้อมของกลางมันสำปะหลังที่ขโมยมา

นายเอ รับสารภาพว่า ได้ขโมยมันสำปะหลังจริงเพราะไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน ที่บ้านฐานะยากจน ยอมรับว่าลักขโมยของคนอื่นมันผิดกฎหมาย แต่เวลาที่ไม่มีเงินก็หาไม่ได้ ปกติจะตระเวนเก็บหัวมันที่เจ้าของแปลงเข้าเก็บเกี่ยวไปแล้วแต่ยังหลงเหลือตามไร่นำไปขาย แต่ล่าสุดมันหาไม่ได้จริงๆตัดสินใจไปขโมยหัวมันในแปลงที่เกษตรกรปลูกไว้นำไปขายได้เงินมา 300 บาท ยอมรับผิดและขอโทษเจ้าของที่เข้าไปลักขโมย พร้อมรับโทษตามกฎหมาย หากพ้นโทษมาก็จะปรับปรุงตัวใหม่

ต่อมาภรรยานายเอ พาลูกน้อย 3 คน คนโตอายุ 4 ขวบ คนรอง 3 ขวบ คนเล็ก 2 ขวบ มาเยี่ยมสามีที่โรงพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นแล้วสงสารจึงซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างและนมให้เด็กๆ กิน ภรรยานายเอ บอกว่า ปกติจะพาลูกทั้ง 3 นั่งรถสามล้อพ่วงข้างไปเก็บมันสำปะหลังตามไร่ที่เขาเก็บทิ้งแล้ว เอาไปขายพอให้มีเงินได้ซื้อกับข้าวและนมให้ลูกกิน ไม่คิดว่าสามีจะไปขโมยหัวมันสำปะหลังในแปลงของเขา เสียใจไม่รู้ว่าถ้าสามีติดคุกแล้วตนกับลูกน้อย 3 คนจะอยู่ยังไง

ด้าน พ.ต.ท.รังสิวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าหัวมันสำปะหลังสูญหายไปประมาณ 1 ตัน อยู่ระหว่างขยายผลว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในแปลงอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ แม้เจ้าหน้าที่จะเห็นใจในความเดือดร้อนของผู้ต้องหา แต่การลักทรัพย์เป็นความผิดตามกฎหมายจำเป็นต้องดำเนินคดี ฝากเตือนประชาชนให้ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต ไม่เลือกใช้วิธีที่ผิดกฎหมายในการแก้ปัญหาชีวิต

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ลักทรัพย์พืชผลของผู้มีอาชีพกสิกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ซึ่งเป็นความผิดที่มีอัตราโทษหนักกว่าความผิดฐานลักทรัพย์ทั่วไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน