เปิดใจ ดาบ “ษ” อดีตตำรวจห้วยใหญ่ โต้ข่าวเป็นลูกพี่ “ไอ้ป๋อง” ลั่น “ผมเกลียดมัน”ยืนยันรู้จักเพราะเคยจับหลายคดี ไม่เคยสั่งการหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
จากกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์กล่าวอ้างว่า อดีตตำรวจนายหนึ่งซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ และใช้อักษรย่อ “ษ” เป็นผู้บงการหรือเป็นนายของ “ไอ้ป๋อง” ผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญ โดยมีการกล่าวหาว่าเคยสั่งการเกี่ยวกับการเก็บเงินและมีความเชื่อมโยงกับยาเสพติดนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพูดคุยกับ ร.ต.ต.เกษร หรือ “ดาบษร” อดีตตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ ซึ่งยอมเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังถูกพาดพิงในกระแสสังคม
ร.ต.ต.เกษร ยอมรับว่า ตนเองคืออดีตตำรวจที่ถูกกล่าวถึงจริง โดยเคยรับราชการเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ และก่อนหน้านั้นเคยประจำอยู่ที่ สภ.บางละมุง ก่อนเกษียณอายุราชการเมื่อ 12 ปีก่อน ปัจจุบันอายุ 72 ปี
อดีตนายตำรวจยืนยันหนักแน่นว่า ตลอดเวลาที่รับราชการไม่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา หรือสั่งการให้นายป๋องทำงานผิดกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหา และไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการคุ้มครองผู้กระทำผิดแต่อย่างใด
ร.ต.ต.เกษร เปิดเผยว่า ตลอดช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ เคยจับกุมนายป๋องมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ และ สภ.บางละมุง รวมแล้วไม่น้อยกว่า 3-4 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นคดีลักทรัพย์ ยาเสพติด ข่มขืนกระทำอนาจาร และทำร้ายร่างกาย
“สมัยวัยรุ่นมันเป็นคนเกเร แต่ยังไม่โหดร้ายเหมือนทุกวันนี้ ตอนนี้มันเปลี่ยนไปมาก โหดเหี้ยมเกินกว่าที่ผมคิดไว้ ทุกครั้งที่ผมจับ มันไม่เคยต่อรองหรือเอาอะไรมาแลกเปลี่ยน ยอมติดคุกทุกครั้ง”
พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยว่า นายป๋องเกรงกลัวตนเองมาตลอด เพราะเคยเรียกมาตักเตือนหลายครั้ง พร้อมบอกว่า “ผมเคยบอกมันหลายรอบ ให้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ทำไมมึงเอาคุกเป็นบ้าน หยุดซะ”
อดีตตำรวจยืนยันอีกครั้งว่า ตนเองไม่เคยโอบอุ้มหรือช่วยเหลือนายป๋อง และไม่เคยเป็นนายของผู้ต้องหารายนี้ตามที่ถูกกล่าวหา “ขอยืนยันต่อหน้าสื่อมวลชน ผมไม่เคยเป็นนายมัน ไม่เคยสั่งการอะไรทั้งนั้น ผมเกลียดมัน”
ร.ต.ต.เกษร กล่าวว่า ตนเองรู้อยู่แล้วว่าสักวันจะต้องถูกสังคมตั้งคำถาม เนื่องจากเคยทำงานด้านสืบสวนและจับกุมคดียาเสพติดจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าหากจะมีตำรวจคนอื่นที่เคยเกี่ยวข้องกับนายป๋อง ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ตนเอง
ในตอนท้าย อดีตนายตำรวจย้ำว่า หลังจากจับกุมนายป๋องในอดีต ทั้งสองไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่เคยพบปะหรือไปมาหาสู่กันอีก พบกันเฉพาะในฐานะผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่นายป๋องก่อเหตุร่วมกับพวกในคดีล่าสุด ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม อุกอาจ และเกินกว่าที่ตนเองจะคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้
