ปิดเมืองล่า 13 วัน! หลังปะทะเดือดกลุ่มแนวร่วมยิงถล่มระแงะ-ตากใบ วิสามัญ 2 คุมตัว 11 โยง 4 คดีใหญ่ ตรึงกำลังเข้ม 3 อำเภอ
วันที่ 6 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการติดตามล่าตัวกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จ.นราธิวาส อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 13 วัน หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจทหารพราน อ.ระแงะ และเหตุยิงปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด อ.ตากใบ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถปิดล้อมกดดัน วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายได้ 2 ราย และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 11 ราย รวมเป็น 13 ราย
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 กลุ่มคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 6 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 เกิดเหตุปะทะบริเวณขนำสวนปาล์ม ต.ไพรวัน อ.ตากใบ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ากวาดล้างยาเสพติด ส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย
จากปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นอย่างหนัก เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ในพื้นที่ อ.ตากใบ 3 ราย โดยหนึ่งในนั้นเข้ามอบตัวและให้การซัดทอดว่า กลุ่มที่ก่อเหตุยิงตำรวจตากใบและถล่มฐานทหารพรานระแงะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 13 คน
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายจนเกิดการปะทะ นำไปสู่การวิสามัญฯคนร้าย 2 ราย พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกขนาด 9 ม.ม. ของเจ้าหน้าที่ที่ถูกชิงไปในเหตุการณ์ตากใบกลับคืนมาได้ 1 กระบอก และในวันเดียวกันยังสามารถจับกุมตัวผู้ทำหน้าที่ “นำพา” กลุ่มคนร้ายหลบหนีได้อีก 1 ราย นำตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามขยายผล
พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ถูกวิสามัญฯและควบคุมตัวได้ในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงสำคัญถึง 4 คดี ทั้งเหตุยิงตำรวจ สภ.ตากใบ (2 ส.ค. 69), เหตุกราดยิงฐานทหารพราน อ.ระแงะ (22 ก.ค. 69) และเหตุซุ่มโจมตี สภ.เจาะไอร้อง (28 พ.ค. 68) นอกจากนี้ 1 ใน 2 คนร้ายที่ถูกวิสามัญฯยังมีประวัติคดียาเสพติด และมีหมายจับคดีความมั่นคงค้างเก่าอยู่อีก 2 หมาย
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงตรึงกำลังเข้มข้นในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.จะแนะ, อ.สุคิริน และ อ.ศรีสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่แนวเชิงเขาเชื่อมต่อ อ.ระแงะ โดยเฉพาะบริเวณบ้านน้ำตก อ.สุคิริน มีการวางกำลังบนภูเขาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันและล่าตัวสมาชิกกลุ่มที่เหลือซึ่งคาดว่ายังคงหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ต่อไป



