กรมอนามัย สนับสนุน เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต พัฒนาการทางสมอง เผยผลสำรวจอนามัยโพล ‘พ.ร.บ.นมผง’ ปกป้องทารกจากการตลาด-โฆษณา

12 สิงหาคม 2569 – พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลก และวันแม่แห่งชาติ ปี 2569

เนื่องจากนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองของเด็ก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น

พญ.อัมพร กล่าวว่า กรมอนามัย ได้สำรวจ อนามัยโพล เรื่อง “พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560” หรือ “พ.ร.บ.นมผง” เมื่อเดือนมีนาคม 2569 กลุ่มตัวอย่าง 874 พบว่า ประชาชนร้อยละ 34.44 “เคยได้ยินและทราบเนื้อหาบางส่วน” และ ร้อยละ 28.72 “เคยได้ยินแต่ไม่ทราบรายละเอียด”

ขณะที่มีเพียงร้อยละ 21.74 ที่เข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายอย่างชัดเจน และร้อยละ 15.10 ที่ไม่เคยรับรู้กฎหมายฉบับนี้เลย สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างความเข้าใจด้านกฎหมายของประชาชน ในด้านการรับรู้บทบาทของกฎหมาย

พบว่า ร้อยละ 52.97 เข้าใจถูกต้องว่าเกี่ยวข้องกับ “การควบคุมการโฆษณาและการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก” นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยร้อยละ 3.66 มองว่าเป็นการสนับสนุนการตลาดของบริษัท และร้อยละ 10.76 ยังไม่แน่ใจ

พญ.อัมพร กล่าวว่า สำหรับความเข้าใจด้านผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายควบคุม ร้อยละ 58.24 ระบุว่าเป็น “นมผงสำหรับทารก” รองลงมาคือ “อาหารเสริมสำหรับทารก” ร้อยละ 48.63 และ “นมผงสูตร 1-3” ร้อยละ 38.10

แต่ยังมีร้อยละ 16.36 เข้าใจผิดว่า “ไม่ได้ควบคุมผลิตภัณฑ์ใดเป็นการเฉพาะ” ขณะที่เจตนารมณ์ของกฎหมาย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 76.54 เข้าใจถูกต้องว่าเพื่อ “คุ้มครองทารกและเด็กเล็กจากอิทธิพลทางการตลาด ลดการโฆษณาที่อาจทำให้เข้าใจผิด และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่”

ด้านทัศนคติ พบว่า ร้อยละ 57.44 มองว่า พ.ร.บ.นมผง ส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพเด็ก และครอบครัว ขณะที่ร้อยละ 19.45 เห็นว่า มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด และมีเพียงร้อยละ 2.40 ที่มองว่าเป็นภาระต่อผู้ประกอบการ

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ “อิทธิพลของโฆษณา” โดยประชาชนร้อยละ 45.19 เห็นว่าโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจระดับปานกลาง และร้อยละ 28.15 เห็นว่ามีผลมาก รวมกว่าร้อยละ 73 สะท้อนบทบาทของการตลาดที่ยังมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 หรือ “พ.ร.บ.นมผง” มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ปราศจากข้อมูลหรือกลยุทธ์ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือจูงใจให้ใช้อาหารดังกล่าวทดแทนนมแม่ โดยไม่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

เพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็กให้ได้รับโภชนาการที่ดีที่สุดคือ “นมแม่” ซึ่งเป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารกและเด็กเล็กในช่วงเริ่มต้นของชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของคุณแม่ ครอบครัว และสังคมที่จะร่วมกันปกป้องและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน