ตำรวจปรับอ่วม หนุ่มปากแจ๋ว หัวร้อนดุอย่างเสือ ขี่จยย.ย้อนศรช่องไบค์เลน ด่าหยาบลุงปั่นจักรยานยนต์ สุดท้ายไหว้ขอโทษอย่างสวยเจอไป 5 ข้อหา
วันที่ 12 ส.ค.2569 จากกรณีโซเชียลแชร์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “ข่มขู่ คุกคาม ขู่ฆ่า“ โดยชายสูงวัย ในมือถือโทรศัพท์ถ่ายวิดีโอ กำลังปั่นจักรยานในช่อง ไบค์เลน ถนนภูมิเวท ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด มุ่งหน้าไปทางวัดกลางเกร็ด
ระหว่างปั่นจักรยานได้พบเจอกับรถจักรยานปั่น และรถจักรยานยนต์ 2 คันย้อนศรมา คันสุดท้ายมีชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีเทา และหญิงสวมเสื้อสีแดง ขับขี่ตามมาด่าทอ และข่มขู่ ด้วยคำหยาบคาย หลังมีภาพถูกเผยแพร่ทำชาวโซเชียลเดือดแห่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก
ล่าสุดเรื่องนี้ เมื่อเวลา 18.30 น.ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด เขิญตัวนายคมสัน อายุ 61 ปี คนปั่นรถจักรยานผู้เสียหาย และนายเอ (นามสมติ) อายุ 18 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร พร้อมผู้ปกครอง เข้าพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดี หลังพบว่านายเอ กระทำผิดพ.ร.บ.จราจร และคดีอาญา
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2569 ข่วงเวลา 07.21 น. บริเวณภูมิเวท ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนที่ต่อมาได้มีภาพวิดีโอเผยแพร่อยู่ในโซเชียล พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีการกระทำผิดจริง และผู้ต้องหารับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงเปรียบเทียบปรับนายเอ ข้อหา ข่มขู่ผู้อื่นทำให้ตกใจกลัว ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท
แต่ในส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับขี่โดยสารรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย, ขับรถโดยไม่รับใบอนุญาตขับรถ, ขับรถฝ่าฝืนทิศทางการเดินรถ(ย้อนศร) และฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร ทำการเปรียบเทียบปรับข้อหาละ 500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท
นายคมสัน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่เกิดเหตุซึ่งปกติตนใช้ถนนภูมิเวท เพื่อไปตลาดปากเกร็ด โดยใช้โทรศัพท์บันทึกวิดีโอ ว่ามีใครขับย้อนศรในไบค์เลน ซึ่งตนพบรถจักรยานปั่น และรถจักรยานยนต์ 2 คันครับย้อนศรมา ทำให้ไม่สามารถปั่นจักรยานไปในทางได้ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงตามหลังมาว่า “มันถ่ายรูป” แล้วก็มีวัยรุ่นชายหญิงสองคนเข้ามาก่อเหตุตามคลิปวิดีโอ
” เขาใช้คำพูดหยาบคายด่าทอ เราได้อธิบายให้ฟังว่าโดยปกติใช้โทรศัพท์ถ่ายช่องทางไบค์เลนปกติทุกวัน ซึ่งเราก็ไม่ได้พยายามโต้ตอบ โชคดีที่ไม่ถูกทำร้ายร่างกายซึ่งอายุมากแล้ววันนี้ตำรวจเชิญผู้ปกครองผู้ก่อเหตุมาด้วย โดยผู้ปกครองได้ขอโทษ รวมทั้งคู่กรณีด้วย ก็ยกโทษให้ไม่ติดใจ ปกติช่องไบค์เลนจะพบรถขับย้อนศรประจำ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ขับด้วยความเร็วและก็พบเจอทุกวัน อยากจะฝากถึงผู้เข้ามาขับขี่ในช่องไบค์เลน ช่องนี้สงวนสิทธิ์ไว้ให้รถจักรยานปั่นเท่านั้น รถอื่นทึ่เข้าไปใช้อาจเกิดอันตรายและผิดกฎหมาย ”
ด้าน พ.ต.ท.ฐาปนพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนเลนจักรยานนั้นมีเครื่องหมายระบุอยู่แล้วว่าสำหรับรถจักรยานเท่านั้น รถอื่นไม่สามารถเข้าไปขับได้ซึ่งผิดกฏหมายอยู่แล้ว สำหรับภาพที่เป็นปรากฏในโซเชียล ตำรวจจราจร สภ.ปากเกร็ด ได้เปรียบเทียบปรับในการกระทำผิดทุกข้อหา โดยผู้ต้องหาได้ยอมรับผิดทุกข้อหาและได้ขอโทษกับผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจและไม่ติดใจเอาความ


