นักวิชาการ ชง ปรับโครงสร้าง ศธ. โละ “ศธจ.-ศธภ.” ชี้งานซ้ำซ้อน ไม่คุ้มค่างบฯ ไม่ได้สร้างคุณูปการ ต่อการศึกษาไทย แถมสร้างปัญหาขัดแย้งระดับพื้นที่ แย่งชิงอำนาจ ไม่เป็นเอกภาพ แนะฝ่ายการเมือง-ผู้มีอำนาจ กล้าปฏิรูป สังคายนา เพิ่มคุณภาพ-ประสิทธิภาพสูงสุด ต่อระบบการศึกษา

13 สิงหาคม 2569 – นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมปฏิรูประบบราชการ สั่งยกเลิก 11 สายงานสายสนับสนุน นั้น

ในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มองว่า การทำงานของ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ค่อนข้างซ้ำซ้อน กับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้ตรวจราชการ ศธ. อีกทั้ง ที่ผ่านมา โครงสร้างดังกล่าว ไม่ได้สร้างคุณูปการหรือประโยชน์ต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศอย่างคุ้มค่า และไม่ตรงตามวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า การตั้ง ศธจ. และ ศธภ. เจตนาเดิมเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคล และทำให้โครงสร้างองค์กรกระชับตรงเป้าหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นการเพิ่มจำนวนข้าราชการ และเพิ่มกรอบอัตรากำลัง

อีกทั้งยังสร้างปัญหาความขัดแย้งในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการแย่งชิงอำนาจการบริหารงานบุคคลระหว่าง ศธจ. กับเขตพื้นที่ฯ จนทำให้หน่วยงานระดับภูมิภาค ทำงานแบบไม่เป็นเอกภาพ

“หากมองในแง่ทรัพยากรและงบประมาณ ถือว่าไม่คุ้มค่าและไม่เห็นด้วย เนื่องจากโครงสร้างนี้กลายเป็นเพียงช่องทางเอื้อประโยชน์ เพื่อรอการเติบโตขึ้นในสายงาน ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่หมดไปกับเงินเดือน ตำแหน่ง และวิทยฐานะ มากกว่า จะตกถึงตัวผู้เรียนหรือโรงเรียน ซึ่งเปรียบเสมือนไขมันซ้ำซ้อนในระบบการศึกษา ที่ให้ประโยชน์กับคนเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในด้านข้อดีของ ศธจ. และ ศธภ. คือ การช่วยกำกับ ติดตาม นโยบายจากส่วนกลางลงสู่ภาคปฏิบัติในบางภารกิจ เช่น โครงการพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ (Thailand Zero Dropout) หรือการติดตามพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา แต่เมื่อเทียบภารกิจกับขนาดตำแหน่ง และงบประมาณที่เสียไปแล้ว ถือว่าไม่สอดคล้องและไม่คุ้มค่ากับภาระงบประมาณ อย่างสิ้นเชิง” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายการเมือง มักจะหลีกเลี่ยง ที่จะตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้ และให้ค้างคามาโดยตลอด จึงถึงเวลาแล้ว ที่ฝ่ายการเมือง และผู้มีอำนาจ จะต้องมีความกล้าในการปฏิรูป ตัดสินใจสังคายนาโครงสร้าง ศธจ. และ ศธภ. เพื่อนำงบประมาณ และทรัพยากร กลับคืนสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และโรงเรียนอย่างแท้จริง

“ข้อเสนอแนะ ถึงทาง ศธ. คือ ต้องหารือร่วมกันบนฐานของเหตุผล และความจำเป็นเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งมีแนวทางชัดเจนในการลดจำนวนข้าราชการ และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน หากยังไม่สามารถสร้างข้อตกลง ร่วมกันภายใน ศธ. ได้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการกระจายอำนาจทางการศึกษา

นอกจากนี้ เรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษา ลงสู่ระดับพื้นที่ จังหวัด และสถานศึกษา หากภายใน ศธ. ยังไม่ชัดเจน จะทำให้เรื่องนี้ถูกเลื่อนออกไปอีก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโครงสร้าง และระบบการบริหารจัดการให้เรียบร้อย เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดต่อระบบการศึกษา” นายสมพงษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน