นวัตกรรม โคลนสีดำนิล จากธรรมชาติริมชายหาด พอกรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.ตรัง มาสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ผสมผสานกัน ระหว่างแพทย์แผนไทย-แพทย์แผนปัจจุบัน ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม

วันที่ 17 ส.ค.2569 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลหาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ลงพื้นที่บริเวณชายหาดสำราญ ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ เพื่อเก็บโคลนสีดำนิลละเอียด หลังผลงานวิจัยแล้วพบว่า มีสรรพคุณในการรักษาอาการโรคข้อเข่าเสื่อม และทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการรักษาอาการโรคนี้ให้กับผู้ป่วย มาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

โคลนสีดำนิล

โคลนสีดำนิล

นายอมรินทร์ เกียงเฮีย หัวหน้ากลุ่มงานคลินิกการแพทย์แผนไทยฯ บอกว่า หากเจอโคลนสีดำนิลที่ต้องการจุดใด แล้วย่ำลงไปรู้สึกนุ่มเท้า จะสามารถขุดขึ้นมาใช้ได้ และต้องร่อนทรายออกไปด้วย เอาแต่เฉพาะโคลนที่เป็นสีดำจริง ซึ่งการออกเก็บโคลนดำสีนิล บางช่วงก็พบเจอได้ง่าย บางช่วงก็พบเจอยาก แต่จะต้องออกมาเก็บช่วงในช่วงที่น้ำทะเลลงสุด ช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรม 13-15 ค่ำ เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ในปี 2561 กรมควบคุมมลพิษ ได้พื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศในอำเภอหาดสำราญ โดยพบว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก หรือระดับสีฟ้า หรือไม่มีสารก่อมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เนื่องจากเป็นอำเภอเดียว จากทั้งหมด 10 อำเภอในจังหวัดตรัง ที่ปลอดโรงงานอุตสาหกรรม และมีสิ่งแวดล้อมสีเขียว จึงส่งผลให้โคลนสีดำนิลที่พบที่นี่ มีคุณภาพดี เหมาะต่อการนำมาใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมนั่นเอง

ด้าน นายแพทย์ภูริวัจน์ คำแหง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดสำราญฯ กล่าวถึง การนำโคลนจากพื้นที่ชายทะเลของตำบลตะเสะ มาใช้ทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยว่า เริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านได้นำโคลนชนิดนี้มาพอกตามใบหน้าและร่างกาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อรักษาร่างกายและดูแลผิวพรรณ จากนั้นทางโรงพยาบาลจึงได้เก็บตัวอย่างส่งไปตรวจหาสารตกค้าง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเริ่มทำงานวิจัย งานทดลอง

โดยพบว่า โคลนสีดำนิลดังกล่าวเป็นฤทธิ์เย็น ซึ่งเป็นฤทธิ์หลักการแพทย์แผนไทย สามารนำมาใช้ในการพอกเพื่อลดอาการข้อเข่าได้ และยังได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ นพ.อุกฤษฏ์ คุณาธรรม ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลศูนย์ตรัง มาร่วมศึกษาการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ลักษณะมุมงอ มุมป้าน และการประเมินต่างๆ เป็นการผสมผสานบูรณาการระหว่างแพทย์แผนไทย กับแผนปัจจุบัน จนประสบความสำเร็จในที่สุด

ทั้งนี้ โคลนทะเล สามารถนำมาเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน แต่ก่อนนำไปใช้ จะต้องพักไว้ 1 คืน เพื่อให้สารแร่ธาตุต่างๆ ตกตะกอน และลดกลิ่นที่เกิดจากการหมักหมม ส่วนการรักษาโรคในแต่ละครั้ง จะใช้โคลนทะเล 200 กรัม พอกบริเวณข้อเข่าทิ้งไว้ 20 นาที ทำการนัดผู้ป่วย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวัน รวมการรักษา 12 ครั้ง ซึ่งโรคนี้ถือเป็นโรคลำดับที่ 1 ของโรคที่พบในงานการแพทย์แผนไทย ทำมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี

สำหรับการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยโคลนสีดำนิลนั้น จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้ยาของโรงพยาบาล และช่วยให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ยา เพราะช่วยลดอาการปวด ข้อฝืด และพิ่มความสามารถในการใช้งานของข้อเข่า อีกทั้งยังเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว และลดภาวะความบวมของข้อเข่า เพราะยารสเค็มจากน้ำทะเล จะซึมซาบเข้าสู่เส้นเอ็นและกระดูก ช่วยเสริมฤทธิ์ให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น

โคลนสีดำนิล

นวัตกรรม โคลนสีดำนิล พอกรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.ตรัง ช่วยรักษาผู้ป่วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน