พฐ.ลงพื้นที่ก่อสร้าง บ้านพักจนท.เรือนจำขอนแก่น หลังขุดเจอยาบ้า 30 ถุง พบห่างกำแพงนักโทษ 50 เมตร ตั้ง 2 สาเหตุหลักมากับดินที่ถมหรือมีคนมาวางทิ้งไว้ ขณะที่เรือนจำเข้มการเข้า-ออก พร้อมปิดกั้นจุดก่อสร้างเพื่อไม่ให้คนงานและนักโทษที่ออกมาบริการสังคมได้เจอกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ส.ค.69 นายไพรัตน์ ขมินทกูล ผอ.เรือนจำกลางขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นายเดชา โสภาจิตร ปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น และนายอรรถพล ทิพย์ดารา ปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น ฝ่ายความมั่นคง นำพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 4 เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางขอนแก่น และฝ่ายปกครอง อ.เมืองขอนแก่น

ร่วมกันตรวจสอบจุดพบยาเสพติด ภายในบริเวณจุดก่อสร้างอาคารบ้านพักข้าราชการเรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งอยู่บริเวณทิศใต้ของเรือนจำ ภายหลังจากได้รับแจ้งจากคนงานก่อสร้าง ขณะนำรถแบคโฮเข้าทำการขุดปรับแต่งสภาพที่ดินภายในพื้นที่ เพื่อเตรียมการก่อสร้าง ก่อนขุดพบถุงพลาสติกทึบแสงต้องสงสัย ถูกฝังซุกซ่อนอยู่ใต้ดินรวม 30 ถุง แบ่งเป็นถุงสีน้ำเงิน 24 ถุง และถุงสีชมพู 6 ถุง

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นบริเวณจุดที่พบของกลาง ทั้งบริเวณริมรั้วที่มีการปรับพื้นที่ที่เป็นจุดที่พบถุงครั้งแรกและจุดที่รถแบคโฮทำการลากถุงพลาสติกที่บรรจุยาบ้าไป ซึ่งห่างจากจุดที่ขุดพบประมาณ 50 เมตร พร้อมทั้งสอบปากคำคนงานก่อสร้าง คนขับรถแบคโฮและเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปฏิบัติหน้าที่เวรและฝ่ายควบคุมการก่อสร้างในโครงการดังกล่าวทั้งหมด

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า จุดที่พบยาบ้าทั้งหมด อยู่บริเวณริมแนวเขตของการก่อสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากกำแพงเรือนจำที่คุมขังผู้ต้องโทษประมาณ 10 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำได้รับแจ้งว่าพบยาบ้าทั้งหมดขณะกำลังปรับพื้นที่ในจุดดังกล่าว โดยจุดที่พบนั้นเดิมเป็นที่รกทึบมีการทิ้งขยะและรอการปรับพื้นที่ โดยรถแบคโฮทำการปรับเกลี่ยขยะและถมดิน จนกระทั่งพบของกลางดังกล่าวทั้งหมด

“ต้องตรวจพิสูจน์ว่าของกลางที่พบนั้นเป็นของเก่าหรือของใหม่ รวมทั้งการเร่งสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามแนวทางการสอบสวน และการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งจุดที่พบนั้นอยู่ตรงข้ามกับกล้องของเรือนจำ แต่มุมกล้องหันไปคนละด้าน

ดังนั้นในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นยาบ้าที่กลุ่มคนไม่หวังดีมาวางทิ้งไว้เพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือการที่ยาบ้าดังกล่าวติดมากับดินที่ถูกนำมาถมที่ดินในบริเวณนี้ ทั้งหมดจะต้องพิสูจน์ทราบตามขั้นตอนต่อไป”

ด้านนายไพรัตน์ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า ทุกประเด็นจะต้องมีการตรวจสอบและสอบสวน ซึ่งในเบื้องต้นได้ประสานงานร่วมกับบริษัทฯผู้รับเหมา เนื่องจากเรือนจำได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับภาคเอกชน ทำการก่อสร้างอาคารที่พักข้าราชการ ซึ่งสูง 4 ชั้น ทั้งหมด 32 ห้อง โดยส่งมอบพื้นที่ตั้งแต่เดือน ก.พ. และเริ่มดำเนินการตามสัญญาจ้างในเดือน ก.ค. จนกระทั่งมาพบเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยหลังจากนี้คือการปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนงานกับนักโทษที่ออกมาบริการสังคมได้พบเจอกันรวมทั้งการไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่บริเวณเด็ดขาด

“เรามีสายตรวจออกตรวจบริเวณโดยรอบเรือนจำทุกชั่วโมง ทั้งยังคงมีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำบนป้อมยามหอสูงของเรือนจำ ตลอดทั้ง 24 ชม. ดังนั้นมาตรการจากนี้ไปจะต้องคุมเข้มการเข้า-ออกของบุคคลทั้งหมดว่าใครคือคนในและใครคือคนนอก การกำหนดจุดจอดรถ จุดพักคอยของญาติ พื้นที่บ้านพักของข้าราชการและเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกันการตรวจค้นเรือนจำเราดำเนินการอย่างเข้มข้นทุกสัปดาห์ ควบคู่กับการสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตามจากนี้ไปทั้งหมดจะต้องเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะเกิดขึ้นมาอีก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน