ฝนทิ้งช่วงนานกว่า 1 เดือนแล้ว ในนามีต้นข้าวเหลืออยู่ไม่ถึง 10% ชาวนาสุรินทร์โอดหว่านข้าวได้หญ้ามาแทน เริ่มหมดหวัง ปล่อยควายลงลุยกินยิ้มรับชะตากรรม
วันที่ 18 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจทุ่งนาข้าวหอมมะลิในหลายตำบลของอำเภอเมืองสุรินทร์ พบว่าชาวนาต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่า 1 เดือน แม้จะมีประกาศเตือนภัยพายุจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เป็นระยะ
แต่ในพื้นที่กลับมีเพียงฝนตกปรอยๆ ผ่านไปเท่านั้น ส่งผลให้นาข้าวไร้น้ำขัง สระน้ำแห้งขอด ต้นข้าวขาดน้ำอย่างหนักจนวัชพืชโตแซงหน้าขึ้นมาแทนที่ ทำให้ชาวนาจำนวนมากเริ่มหมดหวังกับการทำนาปีนี้
ขณะที่นายนพดล อายุ 48 ปี ชาวบ้านหนองไทร ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ ซึ่งทำนาจำนวน 5 ไร่ และได้ลงทุนไปแล้วกว่า 10,000 บาท เปิดเผยว่า จำใจต้องนำฝูงควายที่เลี้ยงไว้ 12 ตัว ลงไปผูกปล่อยกินหญ้าในแปลงนาข้าว เนื่องจากในนามีต้นข้าวเหลืออยู่ไม่ถึง 10% ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นวัชพืชและ “ข้าวดีด” ที่กอใหญ่และโตเร็วกว่าต้นข้าวปกติ
“ฝนทิ้งช่วงนานทำให้หญ้าขึ้นเร็วกว่าข้าว ที่เห็นเขียวๆ มองไกลๆ เหมือนต้นข้าว แต่จริงๆ เป็นหญ้าและข้าวดีดขึ้นปกคลุม ปกติช่วงนี้นาตรงนี้จะมีน้ำขังและข้าวโตใกล้จะตั้งท้องแล้ว แต่ปีนี้มีแต่หญ้า เห็นสภาพแล้วคงหมดหวัง ต้องหาซื้อข้าวกินเอา ลำบากจริงๆ เกิดเป็นชาวนา” นายนพดล กล่าว
สำหรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในครั้งนี้ นับว่าส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและภาวะเศรษฐกิจของเกษตรกรในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์เป็นอย่างมาก ซึ่งชาวบ้านต่างหวังว่าในช่วงหลังจากนี้จะมีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาความแห้งแล้งได้บ้าง ก่อนที่ผลผลิตจะเสียหายไปมากกว่านี้


