“หลวงพ่ออดุล” ให้อภัย เอฟซี “ป้าดา” บุกป่วนวัด เรื่องเล็กน้อย โดยมาเยอะ นาน22ปีแล้ว ยันไม่อาฆาตมาดร้าย เชื่อเวรกรรมมีจริง กรรมตามทันหมด วัดแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ยอมรับกลัว-นอนไม่หลับ เมื่อคืนไปจำวัดอื่น ช่วงนี้ขอตำรวจ1นาย อยู่วัด 24 ชม. วอน ทัวร์อย่าไปลง โยมพี่สาวอาตมา
19 ส.ค. 69 – ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีญาติธรรม และคนในชุมชนกังสดาล และชุมชนสามเหลี่ยมเขตเทศบาลนครขอนแก่น เดินทางมาให้กำลังใจ คณะสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างเข้มงวด ภายหลังเกิดเหตุคนไม่หวังดี เข้ามาก่อกวน และหาเรื่องคณะสงฆ์ และลูกศิษย์วัด เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา รวมถึงช่วงบ่ายของวันนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไว้ได้
พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้เดินทางกลับมาจากการรักษาตัว ตามการนัดหมายของทีมแพทย์ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนที่จะเข้าไปพักภายในกุฎิเจ้าอาวาส
โดยมี พ.ต.ท.มานิตย์ เกตุบัวขาว สวป.(ชส.) สภ.เมืองขอนแก่น เข้ารายงานถึงแนวทางการปฎิบัติและมาตรการรัษาความปลอดภัยตามคำสั่งของ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ที่ได้มีคำสั่งด่วน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ คุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายใน และภายนอกวัด ตลอดทั้ง 24 ชม. ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง วันที่ 26 ส.ค. นี้
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหา และดำเนินทุกอย่างให้ถูกต้องจากทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้ หลวงพ่อไปรักษามาแล้ว มีกำลังใจที่ดี มีแรงที่จะพูดคุยกับทุกคน และพบปะกับญาติโยมที่ทยอยมาให้กำลังใจและร่วมกันวางแผนงานในด้านต่างๆ
ตั้งแต่เกิดเรื่องมานั้น ยอมรับว่า อาตมานั้นนอนไม่หลับ เมื่อคืนนี้ก็ได้ไปขอจำวัดที่อื่น เพื่อความปลอดภัย และก็มีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ ดังนั้นจึงขอเพียงกำลังตำรวจในเครื่องแบบ 1 นาย มาประจำอยู่ภายในวัด มาประจำที่ศาลาการเปรียญ หรือกุฎิเจ้าอาวาสฯ
เพื่อป้องกัน และป้องปราม ไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี ได้เข้ามาก่อกวน มาทำลายวัด หรือมาสร้างเหตุการณ์ใดๆ ให้กับ คณะสงฆ์ หรือญาติโยม ที่มาทำบุญ ขอเพียง 1 นายเท่านั้น มาประจำ 24 ชม.
“ไม่ต้องมาเยอะ มา 1 นายก็พอ ให้ตำรวจเราไปทำงานด้านอื่นๆ และไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆบ้าง สภ.เมืองขอนแก่น กำลังตำรวจ มีน้อยอยู่แล้ว เมืองขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ หลวงพ่อรู้ว่า ลำบาก
อีกทั้งสังคมทุกวันนี้แก่งแย่งชิงดี อยู่กันด้วยความลำบาก จึงขอกำลัง 1 นาย มาที่วัด เพื่อให้เห็นว่า มีตำรวจ คนจะได้ไม่มาก่อกวน เมื่อคืนไม่ได้นอนวัดตัวเอง เพราะกลัวและนอนไม่หลับ ซึ่งก็นอนไม่หลับมาตั้งแต่เกิดเรื่องข้อพิพาท และก็ล่าสุดที่เกิดขึ้น”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด และทุกเหตุการณ์ หลวงพ่อไม่ว่าอะไร ปล่อยไป อย่ากดดัน ไม่อาตมาอาฆาตมาดร้าย ให้อภัยทุกคน เพราะวัดคือเขตอภัยทาน ต้องมีเมตตาธรรม ซึ่งโดยส่วนตัวไม่กลัวที่คนใดคนหนึ่งจะย้อนหลับมาก่อกวนหรือสร้างเหตุการณ์ใดๆ ต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะไม่มีอะไรต้องกังวล
เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น โดนก่อกวนมา 22 ปีแล้ว แค่นี้จะกังวลไปทำไม อาตมาไม่ใช่การละคร ขอแค่อย่าพูด อย่ามาสั่งพระให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะคดีอยู่ในชั้นศาล เราทุกคนต้องทำตามคำสั่งศาล ส่วนการที่จะมาปิดประตูวัด เพื่อความปลอดภัยนั้น อย่าไปปิดประตูเลย
“ประตูวัดเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะไปปิดทำไม คนในชุมชนและคนในพื้นที่เที่ยวไปเที่ยวมากัน 24 ชม. จะยังก็แล้วแต่อยู่กันแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว อุ่นใจแล้ว ขอเพียงตำรวจมาประจำที่วัด อย่ามาถ่ายภาพ มาเช็กอินแล้วกลับ เพราะยังไงวัดก็ไม่ปิดทางเข้า-ออก ในยามวิกาลเด็ดขาด ขอให้เข้าใจเจตนารมณ์ของหลวงพ่อด้วย วัดเราคือวัดป่าใจกลางเมือง ที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงแห่งเดียว เราอยู่กันอย่างสมถะ ร่มรืนไม่มีการจัดฉาก”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกคนอย่านำพี่สาวอาตมามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ท่านอายุมากแล้ว และเป็นอัลไซเมอร์ อาตมาอยากไปเยี่ยมพี่สาว แต่ตอนนี้ต่างคนต่างป่วย จะไปเยี่ยมพี่สาวยังไม่ได้ไป พี่สาวก็หลงๆ ลืมๆ ทราบมาว่า ตอนนี้ทัวร์ลงพี่สาวเยอะมาก ก็ขออย่าไปลงแกเลย แกไม่รู้เรื่องอะไร และเป็นคนน่าสงสาร ตอนแรกตั้งใจจะไปเยี่ยมเมื่อวันแม่ แต่เจอเหตุการณ์แบบนี้ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลยขอให้เสร็จทุกอย่างก่อนจึงจะไปเยี่ยม
“อาตมาเชื่อว่า เวรกรรมมีจริงและมีอยู่จริง ใครทำไม่ดีเทวดาจะขาย กล่าวคือ ตอนที่บุญยังไม่หมด กรรมก็ยังไม่มาถึง อาตมาอยู่ที่นี่มา 36 ปีแล้ว สถานที่แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ทุกอย่างกรรมตามทันหมดยกตัวอย่างเช่น พระที่วัดทำไม่ดี ก็มีเหตุเสียชีวิต 2 ปีต่อ 1 รูปอีกด้วย”
