หลวงพ่ออดุล แจ้ง ญาติโยม วัดป่าอดุลยาราม งดรับพัสดุ-สิ่งของ ช่วงระหว่างคดีพิพาทที่ดิน หวั่นเป็นระเบิด เหตุถูกข่มขู่โจมตีรอบด้าน ผู้จ้องทำร้ายมีมาก ขอเพียงกำลังใจ เพียงพอแล้ว
20 ส.ค. 69 – พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยว่า ขอขอบคุณพระคุณเจ้าและประชาชนทั่วประเทศที่ส่งพัสดุและสิ่งของมาให้กำลังใจ แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเกิดปัญหาจากข้อพิพาทที่เกิดขึ้น จึงมีความกังวลด้านความปลอดภัยต่างๆ อย่างรอบด้าน

เพราะไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้ส่งและภายในพัสดุมีสิ่งใด วัดจึงขอความร่วมมือในการงดส่งพัสดุ และวัดของดรับพัสดุในระยะนี้ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการรังเกียจ หรือปฏิเสธน้ำใจของประชาชน แต่กังวลว่า หากภายในมีวัตถุระเบิด จะทำอย่างไร
“ผู้จ้องทำร้ายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงไม่ต้องการรับพัสดุต่าง ๆ ในช่วงนี้ หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วจึงค่อยส่งมา ไม่จำเป็นต้องรีบส่งในขณะนี้ ถ้าปฏิเสธก็ขออภัยด้วย เพราะหลวงพ่อกลัว ไม่รู้ว่าใครต่อใครส่งมา ถ้าส่งมาทั้งประเทศ อาตมาจะเอาไว้ที่ไหน อาตมารับไม่ไหว ตอนนี้ยังไม่ต้องการอะไร ขอเพียงกำลังใจให้อาตมาก็พอ”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีผู้นำโซลาร์เซลล์มาส่งให้ แต่พื้นที่ติดตั้งอยู่ภายในป่า ไม่มีแสงแดดส่องลงมา โดยทางวัดเคยติดตั้งโซลาร์เซลล์มาก่อน ช่วงแรกมีกำลังไฟแรง แต่ภายหลังแสงเริ่มหรี่ลงจนไม่สามารถใช้งานได้
เช่นเดียวกับ กรณีที่บางคนต้องการนำต้นไม้มาปลูก แต่เมื่อพื้นที่ไม่มีแสงแดด ต้นไม้ก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ จึงขอฝากให้ประชาชนงดส่งพัสดุมาให้กำลังใจในระยะนี้ก่อน
“ขณะนี้รู้สึกอุ่นใจขึ้น หลังจากวันก่อนมีผู้เข้ามาก่อกวนภายในวัดและถูกจับกุม พร้อมขอบคุณนักข่าวที่เข้ามาช่วยกันดูแลและล้อมพื้นที่ไว้ พูดตรงๆ ต้องขอบคุณนักข่าว นักข่าวสามารถจับโจรได้ ทำให้เมื่อคืนสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ แต่หากไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลก็ยังไม่กล้านอน ส่วนจะไปนอนที่ใดนั้นไม่ขอเปิดเผย”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการก่อกวนนั้น เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ไม่ต้องการฟ้องร้องใคร และตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยนำเรื่องดังกล่าวออกมาพูด แม้จะมีผู้โทรศัพท์เข้ามาก่อกวนอยู่บ่อยครั้ง ก็ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งต้องขอบคุณคณะสงฆ์และพระผู้ใหญ่ ที่ให้การดูแลมาโดยตลอด ส่วนความขัดแย้ง จะยุติลงเมื่อใด ต้องไปถามอีกฝ่าย เพราะในส่วนของตนถือว่า เรื่องจบมานานแล้ว ตั้งแต่ศาลมีคำตัดสิน
“หลวงพ่อ เป็นคนชอบพูด และพร้อมตอบทุกคำถาม แต่นักข่าวจะหมดคำถามก่อน เพราะปัญหาที่เข้ามานั้นมีทุกรูปแบบ จนอาจเรียกตนว่าเป็น นักสู้สิบทิศ”
สำหรับกรณีพื้นที่ 5 ไร่ หากอีกฝ่ายไม่ให้ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่เข้าใจว่า จะโวยวายทำไม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถยกให้ใครได้ การออกเอกสารเกี่ยวกับพื้นที่ 5 ไร่ไม่อาจดำเนินการได้ เพราะเป็นพื้นที่ป่าช้าบ้านหนองแวงและเป็นพื้นที่ป่า
แต่บังเอิญแม่ชีเข้าไปอยู่อาศัย เมื่อมีผู้ไปขับไล่ จึงไม่สามารถขับไล่ได้ ที่ดินใครอยู่ก่อนเป็นของคนนั้น ซึ่งศาลเคยสอบถามว่า ในพื้นที่ 5 ไร่ดังกล่าวได้ทำประโยชน์อะไรไว้หรือไม่ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ทำประโยชน์ใด เป็นพื้นที่ที่ แม่ชีสกุล รัตพรม เข้าไปอยู่อาศัย และศาลมีคำตัดสินไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรออีก”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีผู้มาขอเช่าพื้นที่วัดจำนวน 2 ไร่ แต่ไม่อนุญาต เพราะหากอนุญาตให้คนหนึ่ง ก็จะมีบุคคลอื่นเข้ามาขอเช่าเพิ่มเติม อีกทั้งไม่ทราบว่า จะนำพื้นที่ไปใช้ทำอะไรไม่ว่า จะให้เงินเท่าไหร่ ร้อยล้านหรือพันล้าน หลวงพ่อก็ไม่เอา ไม่รู้จะเอามาทำไม ถ้ามาบริจาคด้วยศรัทธาจะไม่ว่า แต่ถ้าจะมาทำแบบนี้ และมีผลประโยชน์แอบแฝง ก็ไม่เอา
