ตราด สนธิกำลัง ขับสปีดโบ๊ทไล่ล่า ขบวนการค้าอาวุธสงคราม ขนจากเขมรส่งไทย รวบยกแก๊ง3ราย ยึดอาวุธปืนอาร์ก้า 2 กระบอก-กระสุนจำนวนมาก

22 สิงหาคม 2569 – พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สารวัตรตำรวจน้ำแหลมงอบ สถานีตำรวจน้ำ 5 กองกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้รับการประสานงานจากข่าวจาก กรมข่าวทหารเรือ ชุดปฏิบัติการข่าว กองข่าว กองบัญชากานทัพเรือที่ 1ว่า

จะมีการลักลอบน้ำอาวุธสงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังฝั่งอำเภอแหลมงอบ โดยใช้เรือสปีดโบ๊ทวิ่งเข้ามายังบริเวณช่องช้าง

พ.ต.ต. พิทักษ์ จึงได้วางแผนการจับกุมโดยส่งดาบตำรวจ ราชศักดิ์ พลายคง ผบ หมู่ ตำรวจน้ำแหลมงอบ สถานีตำรวจน้ำ 5 กองกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ พร้อมกำลังรวม 3 นายนำเรือสปีดโบ๊ทดักรออยู่ที่สะพานท่าเรือน้ำตกธารมายม ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด

กระทั่งเวลา 17.00 น. ได้รับวิทยุจากชุดปฏิบัติการข่าว กองข่าว กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชากานทัพเรือที่ 1ว่าเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัยได้วิ่งเข้ามาทางช่องช้างแล้ว

จึงได้ขับเรือสปีดโบ๊ทติดตามไล่ล่าพร้อมประสานงานกับชุดตำรวจน้ำแหลมงอบที่อยู่ที่บริเวณท่าเรือดิเรก ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อสกัดจับหลังคนร้ายรู้ตัวและขับเรือสปีดโบ๊ทหลบหนีและเร่งความเร็วหลบหนีมาเข้าที่ท่าเรือดิเรก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำนอกเครื่องแบบดักรออยู่

เวลา 18.26 น. เรือสปีดโบ๊ทได้วิ่งเข้าที่ท่าเรือและชุดตำรวจน้ำที่วางกำลังอยู่ และเมื่อเรือสปีดโบ๊ทคนร้ายเข้ามาที่ท่าเรือ จึงเข้าทำการจับกุม พบคนร้ายมีจำนวน 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน

และจากการตรวจสอบเบี้องต้นพบอาวุธปืนอาก้า (AK-47) 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืนอาก้าจำนวนมากที่ใส่ถุงปุ๋ยจำนวนมาก ซึ่งภายในมีกล่องโลหะที่บรรจุกระสุนปืนจำนวนมาก แต่ต้องรอทหารนาวิกโยธินที่มีคสามเชี่ยวชาญมาทำการเปิด

ดาบตำรวจ ราชศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากสารวัตรตำรวจน้ำแหลมงอบให้มาดักรอเรือคนร้ายที่บริเวณสะพานน้ำตกธารมะยมในช่วงบ่าย และให้รอการสื่อสารจากชุดปฏิบัติการข่าวของกองทัพเรือ

และเวลา 17.00 น. ได้รับวิทยุสื่อสารแจ้งมา จึงได้ดักรออยู่และเมื่อพบเรือสปีดโบ๊ทแล่นมาด้วยความเร็วและผ่านไปจึงได้ขับเรือสปีดโบ๊ทไล่ล่า พร้อมแจ้งชุดตำรวจน้ำที่ท่าเรือดิเรกว่าเรือสปีดโบ๊ทคนร้ายรับรู้แล้วขอให้ดำเนินการจับกุมทันที และสุดท้ายสามารถจับกุมได้ในเวลา 18.26 น.

พ.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวว่า ได้ร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว กองข่าว กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการทัพเรือที่ 1สืบหาข่าวจากสายลับที่ส่งเข้าไปติดตามขบวนค้าอาวุธสงครามในพื้นที่ไทยกัมพูชาและพบว่า จะมีการขนย้ายอาวุธสงครามจำนวนหนึ่งมาทางเรือโดยนำมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และจะเข้ามาที่ท่าเรือดิเรก ในต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

จึงได้วางแผนดำเนินการจับกุมหลังทราบสถานที่และวันเวลาการลำเลียงแล้วจึงสามารถจับกุมคนร้ายได้ 3 คน และเป็นผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 1 คน และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดตราด โดยเบี้ยงต้นยังไมีทราบปลายทางว่าจะไปส่งที่ใด ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ต้นทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะกระทำเพียง 3 คน น่าจะมีเป็นขบวนการหรือเครือข่ายที่ใหญ่กว่านี้ ซึ่งสามารถทีทต้องมีการลำเลียงมาทางทะเลเนื่องจากด่านชายแดนปิด และที่ต้องเข้ามายังท่าเรือในอำเภอแหลมงอบ เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจความมั่นคงที่มีอยู่หลายจุด

หากขึ้นที่ท่าเรือในอำเภอแหลมงอบจะผ่านด่านแค่ด่านเดียว หรือหากหลบไปทางอื่นก็สามารถผ่านไปได้เลยทั้งนี้ พบว่า มีรถยนต์เก๋งเอสยูวี สีแดง หมายเลข กจ 2739 ตราด

หลังจากนั้น เวลา 20.00 น.พ.ต.ต.พิทักษ์ พร้อมตำรวจน้ำนำคนร้าย 3 คน และของกลางทั้งอาวุธสงครามและกระสุนปืน รวมทั้งเรือสปีดโบ๊ทมาที่สถานีตำรวจภูธรแหลมงอบ มีพ.ต.อ.จุมพฏ มัณยาภา ผกก.สภ.แหลมงอบ รออยู่เพื่อรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาทำการสอบสวน

ต่อมาเรือโทสุรภัส ชลสินธิ์ นายทหารกำลังพล กองทหารราบ หน่วย ฉก.ตราด นายจำนงค์ศักดิ์ ทิพย์เนตร นายอำเภอแหลมงอบ ได้สั่งการให้ จ.ส.อ.ธีรยุทธ ตอซอ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง มาร่วมกันตรวจสอบ และเป็นสักขีพยานในการนับลังกระสุนปืนทั้งหมด

ซึ่งพบว่า บรรจุกระสุนอาก้าจำนวนมาก และมีหลายชนิด และหลายขนาด ซี่งจากการตรวจสอบและเปิดนับพบว่า ลูกปืนอาก้า กระสุนปืนขนาด 7.62 มิลลิเมตร (สีเขียว) จำนวน 700 นัด จำนวน 12 กล่อง รวม 8,400 นัด, กระสุนปืน ขนาด 12.7 มิลลิเมตร จำนวน 9 กล่อง จำนวน 765 นัด และกระสุนปืน ขนาด 7.62 มิลลิเมตร (สีแดง)จำนวน 17 กล่อง จำนวน 12,244 นัด นอกจากนี้ยังมีซองลูกปืนอาก้าอีก จำนวน 102 ซอง

ล่าสุด เวลา 22.15 น.พ.ต.อ. พ.ต.อ.จุมพฏ มัณยาภา ผกก.สภ.แหลมงอบ และร.ต.อ.สุกฤษ บีงจันทร์ นำตัวผู้ต้องหา ทั้ง 3 คนมาสอบสวน เพื่อทำสำนวนเพื่อตั้งข้อกล่าวหาหนัก ทั้งเรื่องการครอบครองอาวุธสงคราม และการลักลอบนำอาวุธสงครามที่มีอันตรายเข้ามายังราชอาณาจักร

ทั้งนี้จะได้ทำการสืบหาผู้ร่วมขบวนการอีกหลังพบว่า มีการเชื่อมโยงไปยังบุคคลสำคัญอีกหลายคน แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาและเครือข่ายที่ร่วมขบวนการ อ้างว่า จะเสียรูปคดี ทั้งนี้ความคืบหน้าจะติดตามต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน