BWG ร้องประธานรัฐสภา ตรวจสอบธรรมาภิบาลและจริยธรรม สส.พรรคประชาชน หลังเกิดข้อสงสัยพฤติกรรม ด้วยการใช้ตำแหน่ง ตรวจสอบบริษัทฯคู่แข่ง

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ตัวแทนฝ่ายกฎหมายบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สภาผู้แทนราษฎร ถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังมีพฤติกรรมส่อจะขัดต่อจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและขัดต่อหลักธรรมาภิบาล

หลังพยายามใช้ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เข้าแทรกแซงการทำงานของคณะ กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ในการลงพื้นที่รับทราบความจริง พร้อมสร้างผลสรุปแบบจินตนาการขาดน้ำหนักหลักฐานที่สมบูรณ์ เพื่อพุ่งเป้าไปสู่บริษัทคู่แข่งในธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคู่แข่งธุรกิจโดยตรงกับที่ภรรยานายพูนศักดิ์ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ และยังเป็นบริษัทที่ตัวนายพูนศักดิ์เองก็เคยเป็นถึงกรรมการบริษัทมาก่อนจะลาออกมาเล่นการเมือง ในคำร้องขอความเป็นธรรรมต่อประธานรัฐสภา

ในตัวหนังสือของ BWG ระบุว่า ต้องการขอความชัดเจนด้านธรรมาภิบาลและแนวปฏิบัติตามจริยธรรมของ สส.และกรรมาธิการต่อกระบวนการตรวจสอบภาคเอกชนในกรณีปัญหาสิ่งแวดล้อม แนวทางที่ถูกต้องและเป็นธรรม ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อนในการตรวจสอบการดำเนินงานของ BWG ใน จ.สระบุรี

โดยหัวใจของคำร้องอยู่ที่หลัก Governance ของกระบวนการตรวจสอบ ทั้งความชัดเจนของสถานะและอำนาจผู้เข้าร่วม ความเป็นกลาง การใช้ข้อมูลต่อสาธารณะ และการป้องกันความขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยบริษัทระบุว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ต้องการให้การตรวจสอบดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จาก Environmental Issue สู่ Governance Issue กรณีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากปัญหาน้ำเสียใน จ.สระบุรี โดยหน่วยงานรัฐหลายแห่งเข้าตรวจสอบสถานประกอบการหลายรายเพื่อหาแหล่งกำเนิดมลพิษที่ผ่านมา BWG ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่จัดทำคำร้องยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานรัฐแจ้งข้อหาว่าบริษัทเป็นผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสีย

ประเด็นการติดตามได้ขยายจากเรื่องแหล่งกำเนิดน้ำเสียไปสู่การตรวจสอบ หลุมฝังกลบ ระบบจัดการของเสีย ระบบน้ำ และ EIA ของ BWG ทำให้บริษัทขอให้พิจารณาว่า การขยายการตรวจสอบดังกล่าวมีฐานข้อมูล ขอบเขต และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนหรือไม่ ทาง BWG เห็นว่า ประเด็นสิ่งแวดล้อมควรถูกประเมินบนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ผลตรวจที่ตรวจสอบได้ และความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งกำเนิดกับผลกระทบ ไม่ควรสรุปความรับผิดของผู้ประกอบการก่อนกระบวนการตรวจสอบมีข้อยุติสิทธิในการตรวจสอบ ต้องมาพร้อมความชัดเจนของอำนาจ

ทั้งนี้ เหตุการณ์วันที่ 17 ส.ค.2569 เป็นกรณีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่านายพูนศักดิ์ส่อที่จะเสี่ยงต่อการขาดธรรมาภิบาลและจริยกรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีและกรมโรงงานอุตสาหกรรมประสานขอเข้าตรวจสอบ BWG ซึ่งบริษัทฯให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แต่ระหว่างการเข้าตรวจสอบนายพูนศักดิ์เดินทางมายังบริษัทฯเป็นการส่วนตัวด้วย โดยไม่ได้มีเอกสารแสดงการมอบหมายจากหน่วยงานใดให้เข้าร่วมตรวจสอบภายในพื้นที่ บริษทฯจึงไม่สามารถอนุญาตให้เข้าพื้นที่

BWG จึงร้องขอให้ประธานท่านรัฐสภา พิจารณาถึงความไม่เหมาะสมในพฤติกรรม และร้องขอทราบแนวทางการเข้าร่วมตรวจสอบโดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าควรมีหลักเกณฑ์เรื่องฐานะ อำนาจ และการมอบหมายอย่างไร เพื่อให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน เกิดความเข้าใจ ความสบายใจ และสามารถตรวจสอบกระบวนการทำงานได้

ก่อนหน้านี้ บริษัทฯส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แสดงความพร้อมในการให้เข้าตรวจสอบ แต่ขอให้ระบุขอบเขต วิธีการ รายชื่อผู้เข้าร่วม ตลอดจนแนวทางการรักษาข้อมูลของบริษัทอย่างชัดเจน เนื่องจากกังวลต่อกรณีข้อมูลจากกระบวนการตรวจสอบที่ยังไม่มีข้อยุติถูกนำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ Conflict of Interest ถูกนำเข้าสู่ประเด็น ESG Governance

อีกประเด็นในคำร้องคือข้อมูลว่า นายพูนศักดิ์เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจจัดการกากอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมที่ BWG ดำเนินธุรกิจ จึงถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ BWG ในช่วงปี 2561–2566 ขณะที่ในปัจจุบันมีข้อมูลว่า คู่สมรสของนายพูนศักดิ์ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ยังทำงานเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเดียวกัน ในมิติของธรรมาภิบาลและจริยาของผู้ดำรงตำแหนงทางการเมือง จึงสงสัยว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวควรถูกเปิดเผยและพิจารณาประกอบกับบทบาทในการตรวจสอบ BWG หรือไม่ เพื่อป้องกันข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

บริษัทระบุชัดว่า ไม่ได้กล่าวหาว่านายพูนศักดิ์หรือคู่สมรสกระทำผิด หรือมีการเอื้อประโยชน์ให้อีกบริษัท แต่เห็นว่า การตรวจสอบความเป็นกลาง โดยหน่วยงานที่มีอำนาจจะช่วยสร้างความชัดเจนแก่ทุกฝ่าย

เอกสารยังกล่าวถึงการที่ WMS มีการนำเสนอและติดตามข่าวเกี่ยวกับ BWG ผ่านช่องทางสาธารณะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประวัติความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการเมือง ซึ่งบริษัทเห็นว่าควรถูกพิจารณาร่วมกันในภาพรวม

ท้ายคำร้อง BWG สรุปประเด็นให้รัฐสภาพิจารณา 7 คำถาม ครอบคลุมสถานะของผู้เข้าร่วมตรวจสอบ การมอบหมายอย่างเป็นทางการ การแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ ความครบถ้วนของข้อมูล อำนาจในการเข้าพื้นที่ ความสัมพันธ์กับ WMS และคู่สมรส และมาตรฐานทางจริยธรรมในภาพรวม

BWG ยืนยันว่า เป้าหมายของการร้องขอไม่ได้อยู่ที่การหยุดยั้งกระบวนการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาบริษัทฯให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานและองค์กรที่ถูกต้องในเข้าถึงความเป็นจริง แต่เป็นเพียงการร้องขอให้กระบวนการตรวจสอบภาคเอกชนมีหลักธรรมาภิบาบที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ตรวจสอบต้องมีอำนาจหน้าที่ชัดเจน ใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐาน และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

โดยเฉพาะตัวบุคคลที่จะเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงความเป็นจริง ไม่ควรเป็นบุคคลที่อาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยได้ถึงประเด็นความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งหากมีบุคคลนั้นก็ควรถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบ พร้อมทิ้งท้ายว่า BWG เห็นว่า หากกระบวนการตรวจสอบเป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชน หน่วยงานรัฐ และภาคธุรกิจ รวมถึงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลไกกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน