ในหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ-พวงมาลัย รับศพ “เอ๋” หน.บรรเทาทุกข์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เสียชีวิตขณะช่วยน้ำท่วม จ.น่าน

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 25 ส.ค.2569 ที่วัดสามัคคี จ.นครราชสีมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และวางพวงมาลาพระราชทานเป็นกรณีพิเศษนายศุภมงคล หรือเอ๋ รัตนวิจิตร อายุ 47 ปี หัวหน้าแผนกบรรเทาทุกข์ ฝ่ายภัยพิบัติ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

โดยนายศุภมงคล เสียชีวิตจากสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจตายจากหลอดเลือดแดงเลี้ยงหัวใจตีบ ในขณะเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 ส.ค ที่ผ่านมา ภายในห้องพักโรงแรมดิอิมเพลส อ.เมือง จ.น่าน

ภายในงานมีผู้แทนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) หัวหน้าส่วนราชการ ญาติ เพื่อนอาสาสมัครกู้ภัยและผู้ที่รู้จักมักคุ้นได้มาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด ซึ่งมีพระพิธีธรรม 4 คืนและกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 ส.ค นี้

สำหรับ นายศุภมงคล เป็นหนึ่งในทีมเฉพาะกิจเพื่อนพึ่งฯ อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติลงพื้นที่ร่วมกับมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ทีมโดรนตอบโต้ภัยพิบัติ บริษัทคูโบต้า และทีมสิงห์อาสา เพื่อเร่งลำเลียงอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้โดรนในการขนส่งสิ่งของเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ภารกิจครอบคลุม 3 ตำบล ของ อ.ปัว ที่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางที่เสียหายตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

หลังเสียชีวิตนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน ได้ติดตามและอำนวยความสะดวกการชันสูตรพลิกศพ เพื่อออกใบมรณบัตรรวมทั้งเคลื่อนย้ายร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาในภูมิลำเนาเดิม

ที่ผ่านมา นายศุภมงคล มีปัญหาสุขภาพต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกไตทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ แต่เป็นคนที่ทุ่มเททำงาน ยึดภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ทำให้พักผ่อนน้อย จากการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องหลายวัน เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต

เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี ที่ทำงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) นายศุภมงคล ได้จัดทำอินโฟกราฟิก (Infographic) ลง facebook ของตัวเอง ว่า “14 ปี แห่งการเดินทางด้วยใจ 31 กรกฎาคม 2569 วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของชีวิต…

ครบรอบ 14 ปี ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ได้เป็นเพียง “หน้าที่” แต่เป็น “หัวใจ” ของการทำงาน ได้พบผู้คนมากมาย ได้เห็นทั้งรอยยิ้ม น้ำตาและพลังของการให้ที่เกิดขึ้นในทุกภารกิจ แม้วันเวลาจะผ่านไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ จิตอาสา และความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน

เพราะสิ่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ในตำแหน่งงาน แต่อยู่ในหัวใจและสายเดือดของผมตลอดไปขอบคุณ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ให้โอกาส ได้เติบโต ได้เรียนรู้ และได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคม “ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน เพื่อนไม่ทิ้งกันในยามยาก

ทั้งนี้ทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินสงเคราะห์ตามระเบียบราชการตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ จำนวน 544,500 บาท (คิดเป็นอัตรา 30 เท่าของเงินเดือนระดับปฏิบัติการ) ส่วนการสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์และเงินช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติและครอบคลุมที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน