เปิดอย่างเป็นทางการ M82 พิพัฒน์ รัชกิจประการ ประธานพิธีเปิดทดลองใช้ทางยกระดับเอกชัย – บ้านแพ้ว วิ่งฟรี 24 ชั่วโมง ปลดล็อกถนนเจ็ดชั่วโคตร พร้อมยกระดับโลจิสติกส์ไทย
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ส.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว เพิ่มเติมช่วงถนนเอกชัย-บ้านแพ้ว โดยมี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นผู้กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นายอำนาจ เจริญศรี ผวจ.สมุทรสาคร คณะผู้มีเกียรติทั้งของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และระดับจังหวัดสมุทรสาคร จำนวนมากเข้าร่วม
ด้วยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ประกาศเปิดทดลองให้บริการ “ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 82 (M82)” เพิ่มเติมช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับโครงข่ายคมนาคมฝั่งตะวันตกของกรุงเทพ เชื่อมต่อสู่จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และภาคใต้ ซึ่งโครงการมอเตอร์เวย์ทางยกระดับ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว เกิดขึ้นจากความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนพระรามที่ 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลักที่มีปริมาณรถหนาแน่นต่อเนื่อง

ทั้งจากการขยายตัวของชุมชน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาคโลจิสติกส์ โดยข้อจำกัดด้านพื้นที่ทำให้ไม่สามารถขยายถนนระดับพื้นราบได้อย่างเพียงพอ จึงพัฒนาเป็นทางยกระดับเพื่อแยกการจราจรระยะไกลออกจากการจราจรในพื้นที่ ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง
สำหรับทางยกระดับ M82 เพิ่มเติมช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ที่เปิดทดลองใช้ในครั้งนี้ ได้ผ่านการตรวจสอบความพร้อมอย่างเข้มงวด ทั้งด้านโครงสร้างทาง ระบบจราจร ป้ายและเครื่องหมายจราจร จุดขึ้น–ลง รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อให้ได้มาตรฐานสากลในทุกตารางเมตรของเส้นทาง นอกจากนี้ ยังบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวงและหน่วยกู้ภัย จัดเตรียมทีมช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ทางในด้านความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ช่วงทดลองใช้จะมีการติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการจราจร และพฤติกรรมการใช้เส้นทาง เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมการเดินทาง เชื่อมเศรษฐกิจกรุงเทพ ภาคกลาง และภาคใต้ ลดระยะเวลาเดินทาง ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน