สาวสีคิ้วโคราชแจ้งความ อ้างถูกนายทหารเรือใช้ปืนตบหน้า-ขู่ฆ่า ปมเข้าเคลียร์ปัญหาหึงหวง ยันไม่มีความสัมพันธ์ตามที่ถูกกล่าวหา

เมื่อเวลา 17.28 น.วันที่ 28 ส.ค.2569 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว เพื่อดำเนินคดีกับ ทหารเรือนายหนึ่ง โดยกล่าวหาว่าถูกทำร้ายร่างกาย และข่มขู่ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.51 น.ที่ผ่านมา บริเวณอ่างซับประดู่ ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

น.ส.เอ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปพบคู่กรณี เพื่อพูดคุยและเคลียร์ปัญหา เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับความหึงหวง และความเข้าใจผิด เรื่องความสัมพันธ์กับเจ้าของร้านแห่งหนึ่ง โดยตนยืนยันว่า เดินทางไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องการพูดคุยให้เกิดความชัดเจน

ระหว่างพูดคุย คู่กรณีซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ได้กล่าวหา ว่าตนและบุคคลอื่น มีการเตรียมคำพูดเพื่อปฏิเสธความสัมพันธ์ พร้อมพูดในลักษณะข่มขู่ว่า “มึงต้องตาย” พร้อมอ้างว่าจะไปเอากระสุนปืนมา ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัว

ผู้เสียหายเล่าว่า พยายามพูดคุยด้วยเหตุผล และขอให้ต่างฝ่ายต่างใจเย็น เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่คู่กรณียังคงกล่าวหาต่อเนื่อง กระทั่งมีการโทรศัพท์พูดคุยกับบุคคลอื่น โดยการเปิดลำโพง ซึ่งผู้เสียหายระบุว่า คู่กรณีพูดข้อความที่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย จึงได้ทักท้วง และสอบถามถึงสาเหตุที่พูดเช่นนั้น

จากนั้นสถานการณ์ได้บานปลาย โดย น.ส.เอ อ้างว่าทหารนายดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้น ไม่ทราบชนิด ตบเข้าที่บริเวณใบหน้าจำนวน 1 ครั้ง ก่อนใช้มือตบใบหน้าอีก 1 ครั้ง ส่งผลให้ใบหน้ามีอาการบวมแดง โดยขณะเกิดเหตุ มีหญิงอีกรายอยู่ในบริเวณดังกล่าว และได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้าระงับเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึง ผู้เสียหายได้แจ้งว่าคู่กรณีมีอาวุธปืน และขอให้ตรวจค้นพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จากคำให้สัมภาษณ์ของผู้เสียหาย ระบุว่า ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ค้นหาอาวุธปืน แต่ยังไม่พบตามที่ตนแจ้ง ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางมายัง สภ.สีคิ้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

หลังเกิดเหตุ น.ส.เอได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อบันทึกอาการบาดเจ็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำผลการตรวจมาใช้ประกอบการแจ้งความดำเนินคดี กับคู่กรณีในข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อกล่าวหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่า ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับบุคคลตามที่ถูกกล่าวหา และสาเหตุที่เดินทางไปพบคู่กรณี เพียงต้องการพูดคุย และเคลียร์ความเข้าใจผิด แต่กลับเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่ จึงตัดสินใจ เข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นคำให้การของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน