อยุธยา สร้างความประทับใจ หนุ่มเจ้าของเต็นท์รถ-ภรรยา เก็บ เงินสด-เช็ก มูลค่า3ล้าน ตกกระจายเกลื่อนถนนเอเชีย ส่ง ตร. ตามหาเจ้าของตัวจริง ยืนยัน “เงินไม่ใช่ของเรา ต้องคืนเจ้าของ” เจ้าของเงิน เผยเป็นเงินทำธุรกิจ หากสูญหายหมดเดือดร้อนมาก พยายามมอบสินน้ำใจ-พลเมืองดีปฏิเสธ
29 สิงหาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด แซ่คิ้ม อายุ 44 ปี เจ้าของเต็นท์รถ ริมถนน โรจนะ พร้อมภรรยา พบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวนมาก ปลิวและตกกระจายอยู่กลางถนนสายเอเชียช่วงหลักกิโลเมตรที่ 14 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะขับรถผ่านบริเวณดังกล่าว จึงจอดรถลงไปตรวจสอบ และช่วยกันเก็บเงิน ก่อนพบกระเป๋า เอกสาร ใบเสร็จ และเช็กอีก 2 ใบ ซึ่งมีการลงลายมือชื่อไว้แล้ว โดยทรัพย์สินทั้งหมดมีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท
นายสมคิด เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุมี ประชาชนบางส่วนขับรถผ่านมา และลงไปเก็บเงินที่ตกอยู่บนถนน ตนจึงตะโกนบอกว่า “เงินของผมอย่าเก็บ” เพื่อไม่ให้ผู้ที่พบเห็นนำเงินของผู้อื่นไป พร้อมพยายามเก็บรวบรวมเงินและเอกสารสำคัญทั้งหมด ก่อนนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามหาเจ้าของตัวจริง
อย่างไรก็ตาม พบรถ SUV สีขาว ยี่ห้อ Isuzu ขับผ่านมา และจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนมีผู้หยิบกระเป๋าที่ตกอยู่กลางถนนไป โดยภายในมีเงินสดประมาณกว่า 10,000 บาท ส่วนเงินและเอกสารที่เหลือ นายสมคิด สามารถเก็บรวบรวมไว้ได้ทั้งหมด ก่อนนำไปส่งที่ สภ.ย่อยสินทิวา ต.สามเรือน อ.บางปะอิน เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบและติดตามหาเจ้าของ
จากการตรวจสอบเอกสารและเช็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดต่อเจ้าของได้ และแจ้งให้เดินทางมาแสดงตัวพร้อมบัตรประชาชน เพื่อตรวจสอบหลักฐานและรับทรัพย์สินคืน
กระทั่งเจ้าของเงินเดินทางมาพบตำรวจ และนายสมคิด พร้อมตรวจสอบเอกสาร และทรัพย์สินทั้งหมด ก่อนยืนยันว่า เป็นของตนเอง จึงลงบันทึกประจำวัน และรับทรัพย์สินคืน
เจ้าของเงิน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเดินทางไปทำธุระที่ศูนย์รถ Toyota และนำกระเป๋าเงินออกมาเพื่อหยิบเงินไปใช้จ่าย แต่ไม่ทราบว่า หลังจากนั้นนำกระเป๋ากลับเข้าไปในรถหรือไม่ หรืออาจวางไว้บริเวณฝากระโปรงหรือหลังคารถ ก่อนขับออกมา แวะรับประทานอาหาร จึงไม่ทราบว่า กระเป๋าเงินตกหล่นระหว่างทาง
จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่า มีผู้พบเงินสด เช็ก และเอกสาร รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จึงตรวจสอบรถ และพบว่า กระเป๋าเงินหายไป ก่อนเดินทางมาที่ สภ.ย่อยสินทิวา และพบว่านายสมคิด เป็นผู้เก็บทรัพย์สินทั้งหมดมาส่งตำรวจ พร้อมกล่าวขอบคุณ และพยายามมอบสินน้ำใจ แต่พลเมืองดีกลับปฏิเสธ
นายสมคิดกล่าวว่า ตนสอนลูกอยู่เสมอว่า “ของไม่ใช่ของเรา อย่าไปเอา” เมื่อพบเงินจำนวนมากจึงไม่เคยคิดนำไปเป็นของตัวเอง เพราะเชื่อว่าเจ้าของอาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนดังกล่าว หากนำไป เจ้าของก็อาจได้รับความเดือดร้อน พร้อมยืนยันว่าแม้เจ้าของจะมอบสินน้ำใจให้ก็ไม่ขอรับ เพราะเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น
สำหรับเงินสดประมาณ 10,000 บาท ที่ยังสูญหาย เจ้าของเงินระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ติดใจเอาความ และหากผู้ที่เก็บเงินไปเห็นข่าว หรือทราบว่า เป็นเงินของตน ขอให้นำมาคืนผ่านพนักงานสอบสวน เนื่องจากตำรวจมีภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว โดยต้องการเพียงทรัพย์สินคืนและยังไม่ได้ประสงค์ดำเนินคดี หากผู้ที่เก็บเงินนำมาคืน
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างติดตามบุคคล ที่นำเงินส่วนดังกล่าวไป พร้อมประสานให้นำเงินมาคืนเจ้าของ ส่วนจะมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ จะพิจารณาจากข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ทราบเรื่อง หลัง นายสมคิดและภรรยา เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ทรัพย์สินที่พบจะมีมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท แต่กลับนำส่งตำรวจเพื่อคืนให้เจ้าของ พร้อมยืนยันหลักคิดสั้น ๆ ว่า “เงินไม่ใช่ของเรา ต้องคืนเจ้าของ”
