หมอ แจง ขับรถชนนักศึกษา ม.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ยืนยันไม่มีเจตนาหลบหนี เผยความคืบหน้าทางคดี

ความคืบหน้าอุบัติเหตุสลดบริเวณแยกไฟแดงนางแล อ.เมืองเชียงราย หลังรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ ที่มีนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เดินทางมาด้วยกัน 3 คน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.24 น. วันที่ 25 ส.ค.2569

ขณะที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งผลตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชนและรายงานทางการแพทย์ เพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ขับขี่รถยนต์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีการพูดถึงในสื่อโซเชียล ถึงความคืบหน้าคดี และการช่วยเหลือผู้เสียหายหลังจากที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ จัดทำบันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุ แผนที่ และภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพื่อประกอบสำนวนคดี

พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถยนต์ชนผู้ประสบเหตุจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ประสบเหตุทั้งหมด 3 ราย ไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเป็นชาวจังหวัดน่าน ปัตตานี และชลบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย (ชาว จ.น่าน และ จ.ปัตตานี) และบาดเจ็บอีก 1 ราย (ชาว จ.ชลบุรี)

ทั้งนี้ จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ยืนยันว่าผู้ขับขี่ไม่พบแอลกอฮล์ ส่วนตัวมี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นช่วงที่แสงไฟสลัวสีส้ม และลักษณะการขับขี่ของรถคันดังกล่าวไม่มีร่องรอยการชะลอความเร็ว จึงคาดว่าผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็นคู่กรณีในขณะเกิดเหตุ

​สำหรับขั้นตอนทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา หมอผู้รักษา รวมถึงสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตไว้ในฐานะพยานประกอบสำนวนเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คดียังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญอีก 2 ส่วน จึงยังไม่สามารถสรุปสำนวนฟ้องได้

โดยต้องรอรายงานการเข้าตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชนจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ซึ่งนัดเข้าตรวจในวันที่ 1 และคาดว่าจะทราบผลภายใน 4-5 วัน รวมถึงรอรายงานผลการชันสูตรบาดแผลและศพจากแพทย์อีก 2 ราย เพื่อนำมารวมในสำนวนคดีตามขั้นตอน​

ล่าสุดวันที่ 31 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง นายแพทย์กมล (สงวนนามสกุล) คนขับรถยนต์ที่เกิดเหตุ เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามกระแสวิพากย์วิจารน์ของสังคม โดยเปิดเผยว่า กรณีคำพูดในกระแสข่าวไม่ทราบว่าตนเองได้พูดประโยคตามที่เป็นข่าวไปตอนไหน และนึกไม่ออกจริงๆ ว่ามีคำพูดใดที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ยืนยันว่าไม่ได้พูดคำดังกล่าวกับตำรวจแน่นอน เนื่องจากหลังเกิดเหตุได้ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่อาการสาหัสที่สุดทันที และได้อยู่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

ยืนยันว่าขับรถตามปกติและไม่ได้มีเจตนาหลบหนี การดูแลและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายแรกได้โทรศัพท์ติดต่อพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพื่อสอบถามเรื่องการจัดงานศพ และได้เดินทางไปมอบพวงหรีด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับจังหวัดน่าน และได้เดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจในวันสุดท้ายด้วย

การติดตามอาการผู้เสียชีวิตรายที่สองได้เดินทางไปเยี่ยมและติดตามอาการผู้ป่วยที่โรงพยาบาล รวมถึงได้พูดคุยกับครอบครัวในเบื้องต้น และให้ประสานงานผ่านทางอาจารย์ที่ปรึกษาด้านนิติศาสตร์เพื่อคอยประสานการช่วยเหลือ เนื่องจากเข้าใจว่าครอบครัวยังอยู่ในช่วงสูญเสีย

นอกจากนี้ หมอตั้งใจเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยแบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าในช่วงค่ำของอีกวัน แต่เมื่อไปถึงจึงทราบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงแล้วในช่วงเวลาประมาณ 20:49 น.

การดูแลผู้บาดเจ็บรายที่สามได้ติดตามอาการร่วมกับทีมแพทย์ผู้รักษาตลอด และมีการเข้าเยี่ยมผู้ป่วยรวมถึงญาติ พร้อมให้การช่วยเหลือค่าเดินทางเบื้องต้น

สำหรับคืบหน้าทางคดี ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งรอการเรียกรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน