“พัฒนา” ลุยสงขลา ติดตามนโยบาย ‘1จังหวัด1โรงพยาบาล’ ดัน รพ.ชุมชน รับผู้ป่วยซับซ้อน ลดแออัด รพ.ใหญ่ เน้นบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน เสมือนเป็นโรงพยาบาลเดียว

31 สิงหาคม 2569 – ที่โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นโยบาย “1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล” (One Province One Hospital) เป็นแนวทางในการยกระดับระบบบริการสุขภาพ ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันเสมือนเป็นโรงพยาบาลเดียว

เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลใกล้บ้าน ภายใต้บริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจังหวัดสงขลา ได้กำหนดเป้าหมาย “ลดตาย ลดแออัด ลดรอคอย เข้าถึงบริการ” บริหารจัดการและส่งต่อผู้ป่วย

ภายใต้เครือข่ายบริการของโรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ให้เป็นด่านหน้า ก่อนส่งไปยังโรงพยาบาลใหญ่, การสร้างอัตลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะทางในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก, การหมุนเวียนแพทย์เฉพาะทาง, การเพิ่มการให้บริการและเพิ่มการเข้าถึงบริการในแต่ละพื้นที่ และการสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากร

โดยในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 2568 – ก.ค. 2569) พบว่า ในภาพรวมของจังหวัด โรงพยาบาลดูแลรักษาโรคยากซับซ้อนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.75 ขณะที่ขีดความสามารถของโรงพยาบาลชุมชนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 11.69 ช่วยลดปริมาณภาระงานรวมของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายลงได้ ร้อยละ 2.09

นายพัฒนา กล่าวว่า โดยปี 2570 มีแผนยกระดับโรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา ให้สามารถบริการได้ทัดเทียมโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และรับส่งต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 12

ขณะที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี จะยกระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไป เป็นศูนย์กลางรองรับพื้นที่ชายแดนใต้ ส่วนโรงพยาบาลสะเดา รองรับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษระหว่างประเทศ และโรงพยาบาลรัตภูมิ รองรับพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภายใต้การขับเคลื่อน “1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล” โรงพยาบาลจะนะ มีการพัฒนาศักยภาพในการรับผู้ป่วยซับซ้อนได้สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่ายด้วยกัน

โดยได้รับการสนับสนุนแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม ศัลยกรรมกระดูก สูติ-นรีเวชกรรม จาก รพ.นาทวี มาหมุนเวียนให้บริการ และมีแผนยกระดับศักยภาพสร้างอัตลักษณ์ให้เป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีความโดดเด่นด้าน “ศัลยกรรมตกแต่ง” ซึ่งปีนี้ ได้ให้บริการศัลยกรรมพลาสติกไปแล้ว 20 ราย ศัลยกรรมทั่วไป 85 ราย สูติ-นรีเวชกรรม 51 ราย

นอกจากนี้ ยังให้บริการตรวจประเมินสมอง ด้วยเครื่องเอกซเรย์ CT Scan สามารถวินิจฉัยภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยบาดเจ็บทางสมอง ทำให้ไม่ต้องส่งต่อออกนอกพื้นที่

และในเดือนตุลาคม 2569 มีแผนเปิดศูนย์ฟอกไต ขนาด 10 เตียง และหน่วยโรคหลอดเลือดสมอง 8 เตียง รวมทั้งเปิดหน่วยดูแลผู้ป่วยกึ่งวิกฤต (semi ICU) 4 เตียง และขยายเป็นหน่วยดูแลผู้ป่วยวิกฤต 12 เตียง ในปีหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน