กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯชัชชาติ รีบลงพื้นที่ ตรวจไฟไหม้ ชุมชนมักกะสัน สั่งเร่งช่วยเหลือ เขตราชเทวี ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว วัดดิสหงษาราม กำชับดูแลกลุ่มเปราะบางพิเศษ ห่วงเด็ก-ผู้สูงอายุ
1 ก.ย. 69 – จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน ริมคลองแสนแสบ เพลิงโหมเผาบ้านวอด 15 หลัง ไฟคลอกร่างเสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่ ระดมรถน้ำหลายสิบคัน เข้าสกัดเพลิง นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ให้เพลิงสงบลงได้
ล่าสุด ที่ชุมชนมักกะสัน ซอยสุขุมวิท 3 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามสถานการณ์ และเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน เมื่อเวลา 02.35 น.
โดยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัย พร้อมกำลังสนับสนุนจากหลายสถานี เข้าระงับเหตุ ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงสงบได้ในเวลา 03.17 น. เบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 15 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
นายชัชชาติ กล่าวว่า เดิมมีแผนจะออกมาวิ่งในช่วงเช้า แต่เมื่อได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้ จึงเปลี่ยนเส้นทางและลงพื้นที่ทันที เพื่อดูสถานการณ์และพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพราะเรื่องนี้สำคัญกว่าวิ่งพันเท่าต้องมาดูแลประชาชนก่อน
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ และสอบถามสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่และประชาชน พร้อมกำชับให้ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างบางส่วนได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ รวมถึงติดตามสถานการณ์ และการเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการช่วยเหลือ สำนักงานเขตราชเทวี ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ วัดดิสหงษาราม (วัดมักกะสัน) เพื่อรองรับประชาชนที่ยังไม่สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้ โดย กทม. จัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร พัดลม ที่นอน ห้องน้ำ และพื้นที่อาบน้ำ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดูแล ขณะนี้มีผู้ประสบภัยเข้าพัก20–25 ครอบครัว ประมาณ 50 คน
นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ได้กำชับให้ดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ พร้อมให้เร่งประสานสถานศึกษาเพื่อดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านการเรียน เครื่องแบบ และสิ่งของจำเป็น เนื่องจากบ้านบางหลังได้รับความเสียหายจนไม่สามารถนำทรัพย์สินออกมาได้ทัน
นอกจากนี้ ได้กำชับให้ศูนย์พักพิงประสานศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ สำรวจผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาเบาหวานและยาความดัน เพื่อให้ได้รับยาและการดูแลด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม
รวมทั้งเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 120 คน จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและพื้นที่โดยรอบ พร้อมวางแนวทางรองรับเด็กในช่วงที่ศูนย์ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้
ขณะเดียวกัน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอาหาร และจัดตั้งโรงทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วน กทม. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลความเสียหายและความต้องการของประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมและทั่วถึง
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ยังได้กำชับให้ดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่ต้องอพยพ ประสานตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการแจ้งความ และสำรวจทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้
ด้านการจราจร เบื้องต้น มีการปิดถนนทางเข้าจากฝั่งถนนเพชรบุรี เพื่อความปลอดภัย โดย กทม. จะประเมินสถานการณ์ และเร่งเปิดเส้นทางเมื่อมีความปลอดภัย พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณดังกล่าวในช่วงเช้า
ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ กทม. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง