นครราชสีมา แม่ค้าปลาทู โอดครวญ ต้นทุนสูงขึ้น3เท่า ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ค่าครองชีพสูง ปรับราคายาก ตรึงราคาไว้กลัวแพง เกรงขายไม่ได้ หวั่นลูกค้าหาย ไม่มีกำลังซื้อ เน้น ลดจำนวน-ขนาดลง
1 กันยายน 2569 – ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้า ที่ ตลาดนอก อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพบว่ามีสินค้าหลายอย่างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซา แต่ค่าครองชีพสูง แต่มีสินค้าบางรายการที่พ่อค้าแม่ค้ายังไม่ปรับราคาขึ้น แต่ใช้วิธีลดปริมาณหรือลดขนาดของสินค้าลง
อย่างเช่น แผงขายปลาทู นางจุ๋ม (ขอสงวนชื่อจริง) เจ้าของร้าน ซึ่งเปิดเผยว่า ช่วงนี้ราคาปลาทูที่รับซื้อมา ปรับตัวสูงขึ้น 3 เท่า ท่ามกลางกำลังซื้อของประชาชนที่ไม่ดีขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ตามต้นทุน เกรงจะขายไม่ได้ ลูกค้าไม่มีเงินซื้อ

ส่วนสาเหตุที่ปลาทูปรับราคาสูงขึ้น น่าจะมาจากหลายปัจจัย ทั้งปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลงในบางช่วง ต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายต่างๆ เมื่อรับสินค้ามาแพง แต่ไม่สามารถจะปรับราคาขึ้นได้ แม่ค้าก็ต้องปรับรูปแบบการขาย
ซึ่งตนใช้วิธีลดขนาด หรือลดจำนวนปลาทู ในแต่ละเข่งลง เพื่อให้สามารถจำหน่ายในราคาที่ประชาชนพอจะรับไหว เพราะตอนนี้ ข้าวของทุกอย่างขึ้นราคาหมด เพราะต้นทุนสูง แต่จะขึ้นราคาตามต้นทุนทั้งหมดก็ไม่ได้ ลูกค้าจะไม่มาซื้อ คนขายก็ได้รับผลกระทบทันที บางครั้งจึงต้องปรับขนาดและจำนวนลง เพื่อให้สามารถขายในราคาที่ลูกค้าซื้อไหว
ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย ทำให้กำลังซื้อในตลาดลดลง ผู้ค้าต้องยอมรับกำไรที่ลดลงด้วย เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ตอนนี้ปลาทูที่ขายในตลาด จึงมีหลายขนาดและหลายราคา ประมาณเข่งละ 20 บาท ไปจนถึง 100 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด และจำนวนของปลาทูในแต่ละเข่ง
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม แม่ค้าปลาทูรายอื่นด้วย ซึ่งพบว่า ประสบปัญหาปลาทูราคาแพงเหมือนกัน เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะช่วงฤดูวางไข่ ห้ามจับสัตว์น้ำในหลายพื้นที่ จึงอาจทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่ออกสู่ตลาดลดน้อยลง ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนจากมรสุมและพายุ ทำให้การออกเรือประมงและการจับสัตว์น้ำทำได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันต้นทุนให้สูงขึ้นตาม ส่งผลให้ราคาปลาทูตั้งแต่ต้นทางขยับตามไปด้วย พ่อค้าแม่ค้าจึงได้รับผลกระทบเป็นทอดๆ ต้องพยายามปรับตัว ทั้งลดจำนวนสินค้าในแต่ละชุด คัดเลือกขนาดสินค้าให้เหมาะสมกับราคา
รวมถึง พยายามตรึงราคาขายไม่ให้สูงเกินไป เพราะหากลูกค้ารู้สึกว่า สินค้าราคาแพงจนเกินไป ไม่สอดรับกับกำลังซื้อ ก็จะไม่ซื้อสินค้านั้นๆ ทำให้ยอดขายลดลง ส่งผลกระทบพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยในตลาดปลายทางโดยตรง
