บุรีรัมย์ เรือนจำนางรอง ประกาศ งดเยี่ยมญาติ 3 แดน 1 เดือน ผู้ต้องขังติดโควิด50ราย พ่วงป่วยโรคหิดอีกหลายคน เร่งรักษา-คัดแยกผู้ต้องขังติดเชื้อ ดำเนินมาตรการป้องกันเข้ม สกัดการแพร่ระบาด
1 ก.ย. 69 – เรือนจำอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาตรการควบคุมโรค หลังพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นประมาณ 50 ราย แม้ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง
ขณะเดียวกันยังพบผู้ต้องขังป่วยเป็นโรคหิดหลายราย จึงสั่งงดเยี่ยมญาติใน 3 แดน ได้แก่ แดน 1 แดน 3 และแดนแรกรับ เป็นเวลา 30 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และควบคุมสถานการณ์ภายในเรือนจำ ซึ่งปัจจุบันเรือนจำนางรอง มีผู้ต้องหาทั้งชาย และหญิงจำนวน 2,300 คน

นายชัยรัตน์ โภคย์สุพัตร์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอนางรอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเรือนจำพบผู้ต้องขังป่วยเป็นโรคหิดหลายราย จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยและการรักษา โดยมีการแยกกักผู้ต้องขังที่มีอาการป่วยตามพื้นที่ที่กำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแล และรักษาได้อย่างทั่วถึง
สำหรับ มาตรการดูแลผู้ต้องขังที่ป่วยเป็นโรคหิด ทางเรือนจำเตรียมเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังจากแดน 2 แดน 3 และแดนแรกรับ มารวมไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจรักษา การจ่ายยา การอาบน้ำ และการดูแลด้านสุขอนามัย รวมถึงการนำเครื่องนุ่งห่มของผู้ป่วยไปต้มทำความสะอาด และนำไปตากแดดบริเวณแนวรั้วสนามกลาง
นอกจากนี้ ยังเน้นทำความสะอาดพื้นที่พักอาศัย ห้องน้ำ และบริเวณที่ผู้ต้องขังใช้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจัดสภาพแวดล้อมให้มีอากาศถ่ายเทและแสงแดดส่องถึง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค
ส่วนสถานการณ์โควิด-19 เบื้องต้น พบผู้ต้องขังติดเชื้อประมาณ 50 ราย โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเพิ่มเติม ทางเรือนจำจึงประกาศงดเยี่ยมญาติใน แดน 1 แดน 3 และแดนแรกรับ เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมเฝ้าระวังและติดตามอาการผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีญาติของผู้ต้องขังเดินทางมาเยี่ยมตามปกติ โดยในวันนี้เป็นรอบเยี่ยมผู้ต้องขัง แดน 2 ซึ่งยังเปิดให้เยี่ยมได้ตามปกติ ภายใต้มาตรการควบคุมและเฝ้าระวังโรคของทางเรือนจำ
ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอนางรอง กล่าวยืนยันว่า แม้จะพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง และทางเรือนจำได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ทั้งการแยกผู้ป่วย การดูแลรักษา และการทำความสะอาดพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้การงดเยี่ยมดังกล่าว เป็นมาตรการชั่วคราว โดยทางเรือนจำ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและประเมินความเหมาะสม ก่อนพิจารณาเปิดให้เยี่ยมตามปกติอีกครั้ง
