สืบสวนนครบาล ช่วย นศ.มหา’ลัยดัง ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเงิน 8.5 แสน ส่งชายชาวจีนรับเงินตร.เร่งแกะรอยขบวนการ เตือน ปชช.อย่าหลงเชื่อ จนท.รัฐ ไม่มีนโยบายโอนเงินพิสูจน์ความบริสุทธิ์
3 ก.ย. 69 – จากกรณี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้วิธีแอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่สื่อสารบริษัทเอกชน โทรศัพท์แจ้งเหยื่อว่า มีบุคคลนำ เลขบัตรประชาชน ไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ และนำไปใช้กระทำความผิด ก่อนเชื่อมต่อสายให้บุคคล อ้างเป็น ตำรวจ สภ.เมืองระนอง สร้างความหวาดกลัว หลอกให้โอนเงิน
ล่า สุดชุดสืบสวน 2 บก.สส.บช.น. เข้าช่วยเหลือ ผู้เสียหาย และเร่งติดตามขบวนการ หลัง นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลวัย 19 ปี ตกเป็นเหยื่อ สูญเงินรวม 850,000 บาท
การปฏิบัติอยู่ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผบก.สส.บช.น.
โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. นำกำลังชุดสืบสวน 2 เข้าดำเนินการ พร้อม พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท ร่วมประสานงานในพื้นที่
เหตุเกิด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหาย คือ น.ส.จี อายุ19ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเงินรวม 850,000 บาท แบ่งเป็นเงินโอน 50,000 บาท และเงินสดอีก 800,000 บาท
พฤติการณ์ เริ่มจาก คนร้าย โทรศัพท์มาอ้างเป็น เจ้าหน้าที่สื่อสาร บริษัทเอกชน แจ้งว่า มีบุคคลนำเลขบัตรประชาชน ของผู้เสียหาย ไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ และนำหมายเลขดังกล่าวไปใช้กระทำความผิด จากนั้นให้ ผู้เสียหาย ติดต่อไปยัง สภ.เมืองระนอง
เมื่อผู้เสียหายติดต่อไป กลุ่มคนร้าย ได้ให้วิดีโอคอลกับชาย ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ โดยแต่งกายคล้ายตำรวจ ระดับผู้กำกับ สวมหน้ากากสีขาว และจัดฉากด้านหลังให้มีลักษณะคล้ายสถานีตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนแจ้งว่า ผู้เสียหาย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี และต้องโอนเงินเพื่อทำการตรวจสอบ
ผู้เสียหาย หลงเชื่อ โอนเงินให้คนร้าย 50,000 บาท แต่หลังจากนั้น คนร้าย ยังสั่งให้หาเงินเพิ่มเติม เมื่อ ผู้เสียหาย แจ้งว่า ไม่มีเงิน จึงให้ไปขอเงินจากมารดา
ต่อมา มารดา ของ ผู้เสียหาย ได้ให้เงิน 800,000 บาท ผู้เสียหาย จึงเดินทางไปถอนเงินสดจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ ตามคำสั่งของ กลุ่มคนร้าย
หลังจากถอนเงินแล้ว คนร้าย สั่งให้นำเงินสดไปส่งมอบให้กับ ชายชาวจีน บริเวณด้านหน้าคอนโดมิเนียม ย่านพญาไท ช่วงเวลา 17.00-17.30 น.
ชายที่มารับเงินมีลักษณะ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ และสะพายกระเป๋าเป้ ก่อนรับเงินสดจากผู้เสียหายแล้วเดินทางออกจากจุดเกิดเหตุ
ต่อมา ชุดสืบสวน 2 บก.สส.บช.น. เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดส่งมอบเงิน เส้นทางการเดินทางของชายชาวจีน รวมถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และเส้นทางการเงิน เพื่อระบุตัวผู้ร่วมขบวนการ และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
เบื้องต้น ตำรวจพบว่า พฤติการณ์มีลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กัน ตั้งแต่ ผู้โทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สื่อสาร บริษัทเอกชน และผู้ที่สวมบทเป็น ตำรวจ ไปจนถึง ผู้ทำหน้าที่รับเงินสด จากเหยื่อ เจ้าหน้าที่ จึงเร่งขยายผลติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตำรวจ ฝากเตือนประชาชนว่า หากมีบุคคลอ้างเป็น จ้าหน้าที่ สื่อสาร บริษัทเอกชน หรือ ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ โทรศัพท์มาแจ้งว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี และสั่งให้โอนเงิน ถอนเงินสด หรือส่งมอบเงินให้บุคคลอื่น อย่าหลงเชื่อ และอย่าดำเนินการตามคำสั่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงิน เพื่อตรวจสอบ หรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์
หากพบเหตุในลักษณะดังกล่าว ให้ตัดสาย และติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อโดยตรง พร้อมรีบแจ้งธนาคาร และตำรวจทันที หากมีการโอนเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการระงับธุรกรรม และติดตามเงินกลับคืน