จนท.เข้าตรวจสอบ คาเฟ่สิงโต เชียงใหม่ หลังลูกสิงโตกัดนทท.จีนเจ็บ คาเฟ่แจง นทท.ฝืนกฎ เผยคืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมด พร้อมจ่ายเงินชดเชยให้อีก 4,000 บาท

วันที่ 3 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ลงพื้นที่ตรวจสอบคาเฟ่สิงโตแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ หลังมีการเผยแพร่ข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกลูกสิงโตกัดบริเวณใบหน้า ขณะเข้าไปถ่ายภาพกับสัตว์ป่าภายในคาเฟ่

จากการตรวจสอบพบว่า ลูกสิงโตดังกล่าวถูกเคลื่อนย้ายมายังสถานที่แห่งนี้ตามหนังสือของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) โดยผู้ครอบครองได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมเป็นการชั่วคราว จำนวน 4 ตัว เป็นระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.69 เพื่อจัดการแสดงและถ่ายภาพ

นายสยาม ผู้เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 4 คน เข้าใช้บริการ โดยนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งได้เข้าไปถ่ายภาพกับลูกสิงโต หลังผ่านขั้นตอนการล้างมือฆ่าเชื้อ อ่านข้อควรปฏิบัติ และรับฟังคำแนะนำจากผู้ดูแลแล้ว

ต่อมานักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเข้าไปในห้องจัดแสดง แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎของร้าน โดยเข้าไปสัมผัสและอุ้มลูกสิงโตโดยตรง ก่อนนำใบหน้าเข้าไปแนบใกล้กับตัวสิงโต ทำให้สิงโตหันกลับมากัดบริเวณใบหน้าอย่างกะทันหัน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า บาดแผลไม่ได้มีขนาดใหญ่ เป็นรอยเขี้ยวบริเวณใบหน้า 2 จุด ผู้ดูแลได้นำตัวนักท่องเที่ยวออกมาทำความสะอาดและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่ เมโมเรียล เพื่อทำแผลและรับวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า โดยทางร้านได้คืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมด พร้อมจ่ายเงินชดเชยให้อีก 4,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่า ทางร้าน ไม่ได้แจ้งเหตุฉุกเฉินดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงมีการว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกำชับว่าหากเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีก จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังแนะนำให้เพิ่มมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการเข้า-ออกพื้นที่จัดแสดงสัตว์ป่าควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชน รวมถึงสวัสดิภาพของสัตว์ ข้อสำคัญ เจ้าหน้าที่กำชับให้ห้ามนักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกอุ้ม จับ หรือสัมผัสสิงโตและลูกสิงโตโดยตรงโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย รวมทั้งเพื่อสุขอนามัยและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าควบคุม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน