ระทึกทั้งคอนโดฯ รวบหนุ่มลอดช่อง หนีคดียานรก ผงะตรวจพบสารเคมี ประกอบระเบิด ใบสั่งซื้อยาพิษ “รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ” บุกสกัดหยุดแผนร้ายทัน น.1 นำทีมรุดสอบสวนเอง สั่งเร่งสืบขยายผล

4 ก.ย. 69 – พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับเบาะแสร้องเรียนยาเสพติดของประชาชน ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างจริงจัง

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำฯ , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด , พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9

พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. ศูนย์ยาเสพติด บช น.น.

ร่วมกับ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. , พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง พร้อมทั้งกำลังศูนย์ยาเสพติด บช.น และ บก สืบสวน สตม.

เพื่อปฏิบัติการ สืบสวนติดตามจับกุมตัว Mr. JOEL (นายโจเอล ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ถูกแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

และ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด” ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการตระเตรียมวัตถุระเบิดและการสั่งสารอันตราย อยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจพิสูจน์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

ตรวจสอบประวัติโดยการประสานข้อมูลกับ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) พบว่า Mr. Joel เป็นอาชญากรระดับเฝ้าระวัง ที่มีหมายจับติดตัวในประเทศสิงคโปร์

โดยมีประวัติการกระทำความผิดสะสม ทั้งในคดียาเสพติด และคดีอาญาอุกฉกรรจ์ จำนวนมาก ถือเป็น บุคคลอันตรายที่มีพฤติการณ์กระทำผิดซ้ำซาก และเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งสามาถจับกุม ผู้ต้องหา ได้ที่ คอนโดชื่อดัง ย่านบางแค กรุงเทพฯ พื้นที่รับผิดชอบ สน.หลักสอง

พร้อมตรวจยึดของกลาง 1. ยาไอซ์ จำนวน 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดจำนวนมาก
2. เงินสด 200,000 บาท และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง (พบหลักฐานการสั่งสารพิษสังหารหมู่มูลค่า 18,000 บาท)

3. สารเคมีประกอบวัตถุระเบิด/สารอันตราย:ดินประสิว1/2 กิโลกรัม, โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์, สารละลายแอมโมเนีย, กรดไนตริก, บอแรกซ์ (BORAX) 4. อุปกรณ์จุดชนวน 2 ชิ้น 5. กระป๋องแก๊ส 5 กระป๋อง

ส่วนพฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อปลายเดือน มกราคม 2569 สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้รับแจ้งเบาะแสว่าชาวสิงคโปร์รายหนึ่งนามว่า Mr.JOEL (โจเอล) หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาไอซ์แล้วคลุ้มคลั่ง ลงมือกระทำด้วยความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย และหน่วงเหนี่ยวกักขังลักษณะคล้ายพวกวิปริตทางเพศ

ทั้งนี้หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยนานกว่า 3 เดือน เพราะตัวตนของ Mr.JOEL กลับลึกลับ จนกระทั่งมีการประสานงานกับ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB)

จนทราบว่า Mr. JOEL คือ “อาชญากรระดับเฝ้าระวังพิเศษ” หลังได้ก่อคดีอาญาและคดียาเสพติด “ยาวเป็นหางว่าว” ในประเทศสิงคโปร์ เขาใช้ใบหน้าที่หล่อเหลา และดูอ่อนกว่าวัย แฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยเกือบ 3 ปี ในคราบ “นักศึกษา” เล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่มาได้ เพราะยังไม่มีชื่อในบัญชีหมายจับอินเตอร์โพล

2 สัปดาห์ แห่งการไล่ล่าอาชญากรข้ามชาติ ชุดสืบสวนยังไม่พบร่องรอยใดๆ ของ Mr.JOEL ได้มาเพียงเบาะแสเล็กน้อยให้ไปต่อเพียงว่า “คนร้ายชอบไปหาสาวเอ็นย่านกลางเมือง” แม้จะยากแต่เป็นทางเดียวที่เหลืออยู่

ชุดสืบสวนจึงต้องแฝงตัวเป็น นักท่องเที่ยว ตระเวนหาข่าวในย่านนั้นนานนับสัปดาห์ กระทั่งได้พบกับสาวเอ็นเตอร์เทนรายหนึ่ง ระหว่างที่ชุดสืบสวนที่ปลอมตัวเป็นเสี่ย พูดคุยปรากฏจึงทราบว่า รู้จัก Mr.JOEL

ชุดสืบสวนไม่รอช้ารีบวิ่งไปถอนเงิน เพื่อจะมาซื้อดื่มกับเธอ เพื่อให้ได้พูดคุยกับเธอมากที่สุด เมื่อบรรยากาศได้ที่แล้ว หญิงสาวเริ่มพูดถึงเรื่องของ Mr.JOEL ที่มักจะใช้ความรุนแรงกับเธอ กระทำเธอด้วยความรุนแรงจนเส้นเลือดในตาเธอแตก

โดยเธอ ยังเล่าอีกว่า ปัจจุบัน Mr.JOEL มีอาการคลุ้มคลั่งตัดพ้อ และชักชวนให้เธอกระโดดตึกพร้อมๆกัน หรือข่มขู่ว่า จะใช้มีดมาทำร้ายเธอ และที่น่ากลัวที่สุดคือ การวางแผนที่จะนำยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) ไปใส่ในแท้งค์น้ำ

โดยคราแรก ชุดสืบสวนคิดว่า เป็นเพียงเทคนิคสร้างเรื่องราวของสาวดริ้ง เพื่อเรียกความสนใจจากแขก กระทั่งการสืบสวนได้เจาะลึงลงไป จนพบหลักฐานที่ทำให้ต้องรวดเร็ว และรัดกุม

คือข้อมูลที่ Mr.Joel สั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) ซึ่งแรงกว่ามอร์ฟีน 10,000 เท่า จำนวน 20 กรัม และ ยาที่ใช้ในการการุณยฆาตสัตว์หรือการประหารชีวิต อีกจำนวน 10 กรัม โดยสั่งซื้อจากดาร์กเว็บ พร้อมกับการชำระเงินอย่างเรียบร้อย

ซึ่งตามทฤษฎีทางเคมี ปริมาณยาดังกล่าวสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้จำนวนมาก หากได้ลงมือจริง เมื่อชุดสืบสวนรับรู้ข้อมูลดังกล่าว จึงรีบรายงานให้ ผู้บังคับบัญชา ทราบในทันที การไล่ล่าสุดใจได้เริ่มต้นขึ้น

กระทั่ง 3 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา กำลัง ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ บก.สส.สตม. บุกเข้าคอนโดหรูย่านบางแค วางกำลังเฝ้าก่อนบุกชาร์จห้องพักจับกุมตัว Mr. JOEL ไว้ได้สำเร็จ โดยการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติด (ยาไอซ์) 3 กรัม และอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก

และจากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ พบข้อมูลการติดต่อสั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) และยังพบสารเคมีประกอบวัตถุระเบิด สารอันตรายอีกหลายรายการ พร้อมกับอุปกรณ์จุดชนวนอีก 2 ชิ้น โดยหลังจับกุมตัว พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้เดินทางมาซักถามขยายผลด้วยตนเอง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในชั้นจับกุม Mr.JOEL ให้การรับสารภาพโดยให้การว่า “เดิมตนเองอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ติดคุก 1 ปี ครั้งที่ 2 ติดคุก 3 ปี และครั้งที่ 3 ติดคุก 5 ปี แล้วยังถูกเฆี่ยนอีก 3 ที

กระทั่งในปี 2567 ได้กระทำความผิดอีกครั้ง แต่ได้หลบหนีออกนอกประเทศมายังประเทศไทย โดยสัญญากับตัวเองว่า จะไม่กลับไปประเทศตนเองอีก ถ้ากลับไปขอตายดีกว่า หลังหนีมาที่ประเทศไทยได้ขายทรัพย์สินที่ประเทศสิงคโปร์ จนได้เงินมาจำนวนประมาณ 5 ล้านบาท

แต่ได้ถูกเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลอกลวงเงินไป 2.5 ล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดเรื่อยมา โดยยอมรับว่า ตนยิ่งมีอาการคุ้มคลั่ง เพราะแฟนสาวคนปัจจุบัน ที่ชอบไปข้างนอก และไม่กลับบ้าน ทำให้ช่วงหลังๆ มานี้ตนเองรู้สึกอยากตายมากๆ

โดยอ้างว่า ที่ตนเองได้สั่งยาพิษ และสารเคมีนั้นไปจริงๆ และจ่ายเงินไปจริง เพื่อหวังจะนำมาฆ่าตัวตายเท่านั้น ส่วนที่สั่งไปเยอะขนาดนั้น เพราะกลัวตัวเองจะไม่ตาย ตนขอร้องเจ้าหน้าที่ว่า ขอตายในประเทศไทย ไม่ขอกลับไปประเทศสิงคโปร์ หากต้องกลับไปขอยอมตายดีกว่า”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษกตร. กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและแผนประทุษกรรมที่เราพบในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มีการเตรียมการเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรง ซึ่งหากเราก้าวพลาด หรือช้าไปอาจเป็นเหตุร้ายแรง แนวทางการสืบสวนเป็นเรื่องสติแตก จากอาการยาเสพติดแต่ยังไม่ปรากฏหลักฐาน เรื่องการก่อการร้าย

โดยได้ประสานข้อมูลกับ CNB ประเทศสิงคโปร์ ที่ทำให้เราทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้คือ อาชญากรยาเสพติดระดับเฝ้าระวังพิเศษ สำหรับสารประกอบวัตถุระเบิด ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่า สารเคมีที่ตรวจพบยังไม่มีเพียงพอทำเป็นระเบิดสังหาร โดยได้ส่งสารเคมีหลายชนิด นำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป

สุดท้ายขอขอบคุณประชาชน ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน