พ่อร้องศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์ ลูกพิการถูกแก๊ง 10 โจ๋ทำร้ายจนโคม่า ถูกฟัน-แทง รุมแตะสมองบวม เลือดคั่ง นอนไอซียู ตร.บอกยังไม่ว่างไปรับใบผลแพทย์ แฉแก๊งนี้ทำผิดไม่เคยโดนจับเลย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.ย.69 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายวิเศษ ตาปา อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลผาเสวย พร้อมด้วย นายเดชา (ขอสงวนนามสกุล) และ นายไล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ได้เดินทางนำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม เพื่อขอให้ช่วยติดตาม และเร่งรัดคดีความทางกฎหมายอย่างเร่งด่วน

หลัง นายเอ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ลูกและหลานของผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้พิการขาหัก เดินไม่สมบูรณ์ และวิ่งไม่ได้ ถูกกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คน รุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ ทั้งใช้มีดแทงเข้าที่แขนซ้าย ฟันที่แผ่นหลัง และรุมเตะเข้าที่ศีรษะจนบาดเจ็บสาหัส อาการวิกฤต มีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดออกในสมอง สมองบวม ต้องส่งตัวเข้ารับการผ่าตัดด่วน และยังต้องใส่ท่อช่วยหายใจ นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.กาฬสินธุ์

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค.69 เวลาประมาณ 13.30 น.ที่ผ่านมา ที่บริเวณสวนสาธารณะ หมู่ 6 ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ หลังเกิดเหตุ นายไล ผู้เป็นตา ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.สมเด็จ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งความคืบหน้าคดีให้ครอบครัวทราบอย่างชัดเจน

นายเดชา พ่อของ นายเอ กล่าวว่า ตนตัดสินใจมาร้องเรียนเพราะต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกชาย ซึ่ง รพ.กาฬสินธุ์ ได้ทำเอกสารผลการตรวจรักษาเสร็จสิ้นแล้ว แต่พอติดต่อไปยังพนักงานสอบสวน กลับได้รับคำตอบว่า “ยังไม่มีเวลาว่างมารับเอกสาร” ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ก่อเหตุเกือบ 10 คนนั้น ตำรวจอ้างว่ายังไม่สามารถจับกุมได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ต้องรอขั้นตอนเอกสาร และรอทีมสหวิชาชีพก่อน

ทั้งที่ในความเป็นจริง กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้มีประวัติก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นในลักษณะนี้ซ้ำๆ มาแล้วหลายรอบ แต่กลับไม่เคยถูกจับกุมหรือดำเนินคดีตามกฎหมายเลย ยังคงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ขณะที่ลูกชายของตน ซึ่งเป็นผู้พิการวิ่งหนีไม่ได้ กลับต้องมานอนปางตายอยู่ในห้องไอซียู

นายเดชา กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐาน ทั้งรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของ สภ.สมเด็จ และใบรับรองแพทย์ รพ.กาฬสินธุ์ เพื่อยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ช่วยประสานงานไปยัง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เพื่อช่วยลงมาเร่งรัด ตรวจสอบ และกำชับการทำงานของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และคืนความเป็นธรรมให้กับเยาวชนผู้บริสุทธิ์โดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน