หนุ่มขับเก๋งชนท้ายรถกู้ภัย อ้างเป็นเด็กอดีตผู้ว่าฯ แจงเคยร่วมงานไม่ได้แอบอ้าง ยันไม่ได้เมา ขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง ใครเป็นฝ่ายผิด

จากเหตุการณ์อุบัติเหตุเวลาประมาณ 21.30 น.ที่ผ่านมาวานนี้ รถเก๋งชนท้ายรถตู้กู้ภัยสว่างเมตตาธรรมนครราชสีมา บริเวณริมถนนชาติพัฒนา ปากซอยบุญนิมิต ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังฝนเพิ่งจะหยุดตกไปหมาดๆ

ซึ่งคนขับเก๋ง ทราบชื่อภายหลังคือ นายราชปกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ได้ลงจากรถแล้วมาโวยวาย มีปากเสียงกับกู้ภัย โดยอ้างว่าตนเองเป็นเด็กของอดีตผู้ว่าราการจังหวัดนครราชสีมา และบอกว่า รถกู้ภัยฯ ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยวก่อนจะเข้าซอย จึงทำให้พุ่งชนท้าย จึงพยายามให้ฝ่ายรถกู้ภัยเป็นผู้ผิดและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่สถานการณ์กลับรุนแรงขึ้น หวิดเกือบเกิดเหตุชุลมุน เมื่อคนขับเก๋งเห็นกู้ภัยหลายรายเดินทางเข้ามาสมทบ หวั่นโดนรุม จึงทำให้หัวร้อนมากขึ้น แต่เพื่อนอาสากู้ภัยที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ได้ช่วยกันห้ามปรามเอาไว้เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย และบอกว่า อาสากู้ภัยที่ตามมาสมทบ จะมาให้ความช่วยเหลือและกันพื้นที่ โดยเปิดไฟฉุกเฉินและไฟไซเรน เพื่อเตือนรถที่สัญจรผ่านไปมา

เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนและมีฝนตก เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน จึงทำให้อีกฝ่ายใจเย็นลง และไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ คนขับเก๋งได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพขณะเดินไปสอบถามตามบ้านเรือน-ร้านค้าใกล้กับจุดเกิดเหตุ เพื่อจะขอภาพจากกล้องวงจรปิด มาใช้เป็นหลักฐาน เนื่องจากยังติดใจเรื่องการเปิดไฟเลี้ยวของรถกู้ภัยฯ และต้องการมีผู้ใหญ่ให้คำปรึกษาหากไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมขอให้ตำรวจตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด ก่อนชี้ฝ่ายผิด

ล่าสุดวันที่ 7 ก.ย. 2569 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เจ้าของคดี ได้นัดคู่กรณีมาเจรจาและสอบถามข้อเท็จจริง โดยนายอนุพล จามจุรีย์ อายุ 47 ปี อาสากู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา ได้พาสื่อมวลชนไปดูรถตู้กู้ภัยคันที่ประสบเหตุ ซึ่งพบความเสียหายบริเวณด้านท้าย มีรอยยุบอย่างชัดเจน ขณะที่รถเก๋งของนายราชปกรณ์ฯ คู่กรณี บริเวณด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนักเช่นกัน

นายอนุพล เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกไปช่วยประชาชนจับงูแถวๆ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ต.หนองระเวียง อ.เมืองนครราชสีมา ก่อนขับรถจะเดินทางกลับที่พัก

โดยช่วงเกิดเหตุมีฝนตกและพื้นผิวถนนลื่น เมื่อมาถึงบริเวณใกล้ทางเลี้ยวเข้าบ้าน ได้เปิดไฟเลี้ยวและชะลอรถอยู่ในช่องตารางสีเหลือง ก่อนหยุดเพื่อเตรียมเลี้ยว จากนั้น มองกระจกหลัง พบรถเก๋งคู่กรณีขับเข้ามาใกล้ แต่ไม่สามารถหลบได้ เนื่องจากเกรงว่า พื้นถนนลื่นและรถจะเสียหลัก จึงแตะเบรกและเหยียบเบรกไว้ ก่อนจะถูกชนท้าย

ซึ่งหลังเกิดเหตุ พยายามพูดคุยด้วยดีและขอให้รอตำรวจมาตรวจสอบ แต่คู่กรณีมีอารมณ์และเกิดการโต้เถียงกัน กระทั่งมีช่วงหนึ่งที่ยื้อยุดกัน จนเกือบเกิดการชกต่อย แต่ไม่มีการทำร้ายร่างกายกันจริง นอกจากนี้ คู่กรณียังกล่าวอ้างในลักษณะว่าเป็น “เด็กของผู้ใหญ่” พาดพิงถึงอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจากลักษณะการพูดจาของคู่กรณีขณะเกิดเหตุ สังเกตว่า คล้ายมีอาการมึนเมา แต่เมื่อตรวจปัสสาวะไม่พบผลเป็นบวก ส่วนตนก็ได้รับการตรวจปัสสาวะเช่นกัน และไม่พบผลเป็นบวก”

ด้านนายราชปกรณ์ คนขับรถเก๋งคู่กรณี เปิดเผยว่า อดีตเคยทำงานร่วมกับนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ก่อนย้ายไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย และต่อมา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งตนทำงานเกี่ยวกับฝ่ายเลขานุการและงานด้านสื่อสารมวลชน

ยอมรับว่า ในที่เกิดเหตุมีการพูดถึงนายชัยวัฒน์ฯจริง ยืนยันว่าไม่ได้แอบอ้างหรือใช้ชื่อเพื่อหวังผลประโยชน์ เพียงต้องการสื่อให้รู้ว่า ตนเคยทำงานร่วมกันและสามารถขอคำปรึกษาจากท่านได้ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักและพยายามเบรกแล้ว แต่ถนนเปียกทำให้รถหยุดไม่ทัน จนชนท้ายรถกู้ภัย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่ตีเส้นตาราง และต้องการให้ตรวจสอบว่า รถตู้กู้ภัยฯ เปิดไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยวหรือไม่ รวมถึง ขอให้สอบปากคำพยานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย

ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผ่านการตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้วไม่พบ พร้อมปฏิเสธการเสพกัญชา ซึ่งหากมีข้อสงสัย ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอน และขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล สภาพแวดล้อมของจุดเกิดเหตุ รวมถึงลักษณะการชน เพื่อพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายผิด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน