ล่าระทึก แก๊งยาซิ่งเก๋งหนีไม่คิดชีวิต หลังเจอตร.ตั้งด่านตรวจเมา สุดท้ายหนีเข้าซอยไม่ชินทาง ชนเสาไฟฟ้ายางแตกจนมุม ยึดยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด อ้างรับจ้างขนจากสกลนคร ไปส่งที่ อ.น้ำโสม
วันที่ 8 ก.ย.2569 พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตร.สภ.เมืองอุดรธานี ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย.69 เวลาประมาณ 00.30-01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตั้งด่านเมาและป้องกันอาชญากรรม ที่ถนนหมายเลข 2 ถนนสายอุดรธานี-หนองคาย จู่ๆ มีรถเก๋งต้องสงสัยคันหนึ่ง ซิ่งแหกด่านหนีอย่างไม่คิดชีวิต
โดยรถเก๋งคันดังกล่าว ได้ซิ่งหนีแล้วเลี้ยวหลบเข้าซอย เจ้าหน้าที่สายตรวจชุดสเกาต์หน้า จึงขับรถติดตาม ระหว่างการติดตาม รถของผู้ต้องหาเสียหลักชนเสาไฟฟ้า และเบียดกำแพงบ้าน จนล้อหลังหลุด ก่อนจะหยุดนิ่ง
ตรวจสอบพบผู้ต้องหาชาย 2 คน เปิดประตูรถพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ ยึดยาบ้าได้ 202,000 เม็ด

สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นชาวอ.สว่างแดนดินและอ.ส่องดาว จ.สกลครให้การว่า ทำหน้าที่เป็นคนส่งยา รับงานจากชาวลาว ให้ไปรับยาบ้าจากพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี โดยจะได้รับค่าจ้าง 40,000 บาทเมื่อทำงานเสร็จ และอ้างว่าเพิ่งรับงานลักษณะนี้เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ สภ.ย่อยนาขา และผู้นำท้องที่ ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตั้งจุดตรวจบนเส้นทาง อ.บ้านผือ-อุดรธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าเบื้องต้น 20,000 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่นำกำลังขยายผลเข้าตรวจค้นเพิ่มเติม สามารถตรวจยึดยาบ้าได้อีก 60,000 เม็ด รวมของกลางในคดีนี้ 80,000 เม็ด

สำหรับการปฏิบัติการทั้ง 2 คดี ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้รวมทั้งสิ้น 282,000 เม็ด ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามตัวการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี และพล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี มีกำหนดแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างยาเสพติดอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่จะนี้
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการกวดขันปราบปรามยาเสพติด อาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนเส้นทางสายหลักทางออกจาก จ.อุดรธานี มุ่งหน้า จ.หนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป