“สุชาติ” สั่ง ทช. ลุยเอาผิดเด็ดขาด! ฟันแบคโฮรุกทำลายหิน–ปะการังเกาะสมุย เร่งล่าตัวผู้กระทำผิด–ผู้เกี่ยวข้อง รับโทษถึงที่สุด
วันที่ 9 ก.ย.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดูแลประโยชน์ของประชาชน โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่บุกรุกหรือทำลายทรัพยากรของประเทศ
จากกรณีมีการนำรถแบคโฮเข้าขุดเจาะและทำลายแนวหินบริเวณทิศใต้ของเกาะวังใต้ หมู่ 3 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดร่องน้ำสำหรับเรือขนาดใหญ่ รวมถึงมีการขุดตักหินทำคันดินและแผ้วถางพื้นที่ป่าในเขตเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ นายสุชาติจึงสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที

“ผมกำชับชัดเจนว่า หากพบการกระทำความผิด ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่ละเว้น และเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิด รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมารับโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน จะปล่อยให้ใครเข้ามาทำลายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบไม่ได้” นายสุชาติกล่าว
ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่ง ได้ระดมเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 บูรณาการร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สฎ.16 (เกาะสมุย) กก.5 บก.ปทส. ส.รน.4 กก.6 บก.รน. และกลุ่มงานความมั่นคงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบพบการขุดและปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ มีเศษซากปะการังแตกหัก ทั้งปะการังโขดและปะการังเขากวาง ได้รับความเสียหายประมาณ 3 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา นอกจากนี้ยังพบรถแบคโฮ KOBELCO รุ่น SK200-8 สีฟ้า จอดอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 55 เมตร พร้อมพบร่องรอยตีนตะขาบเชื่อมโยงจากจุดเกิดเหตุมายังรถ และไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ
เจ้าหน้าที่จึง อายัดรถแบคโฮไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ทช. จะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ เพื่อป้องกันการบุกรุกและทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีฯ อย่างจริงจัง เพื่อรักษาสมดุล “คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่รอด” และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่คู่ประเทศอย่างยั่งยืน