ฟ้ามืด เจรจายังไม่เป็นผล ปิดล้อมบ้าน “หมวดโอ๋” นานกว่า 8 ชม. ตร.รอลูกชายเกลี้ยกล่อม เปิดคำให้การพยานเห็นนาที “ครูเปิ้ล” ถูกยิงต่อหน้า

วันที่ 9 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรยงานความคืบหน้า สถานการณ์ปิดล้อมบ้านพัก “หมวดโอ๋” ข้าราชการตำรวจผู้ก่อเหตุยิง “ครูเปิ้ล” ภรรยาเสียชีวิตภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ยืดเยื้อเข้าสู่ชั่วโมงที่ 8 ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืด เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งไฟส่องสว่างโดยรอบพื้นที่ พร้อมตรึงกำลังและเดินหน้าเจรจาอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่มีการตัดกระแสไฟฟ้าภายในบ้านพัก ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้จ่ายกระแสไฟกลับคืนตามปกติ ขณะเดียวกันกำลังตำรวจได้เตรียมความพร้อมและประเมินแนวทางปฏิบัติหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเข้าสู่ช่วงกลางคืน

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้รับข้อมูลว่า ลูกชายของหมวดโอ๋ ซึ่งรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และกำลังเดินทางโดยเครื่องบินกลับมายังพื้นที่ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ขอให้รอจนตนเดินทางมาถึง เพื่อขอเข้าพูดคุยและเกลี้ยกล่อมบิดาให้ออกมามอบตัว

เจ้าหน้าที่จึงชะลอแผนปฏิบัติการบางส่วนไว้ก่อน และยังคงใช้การเจรจาเป็นแนวทางหลัก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกชายเข้าพูดคุยกับบิดา โดยมีเป้าหมายให้สถานการณ์ยุติลงโดยไม่มีความสูญเสียเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พูดคุยกับ เจ้าหน้าที่เทศบาลรายหนึ่ง ซึ่งขอสงวนชื่อและปกปิดใบหน้า โดยเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุภายในโรงเรียนอย่างใกล้ชิด

พยานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเดินทางไปส่งเอกสารของเทศบาลให้กับครูเปิ้ลภายในโรงเรียน หลังส่งเอกสารและพูดคุยทักทายกันแล้วกำลังจะเดินออกจากพื้นที่ จังหวะนั้นเห็นรถยนต์สีขาวขับเข้ามา โดยแม่บ้านของโรงเรียนจำได้ว่าเป็นรถของสามีครูเปิ้ล จึงเข้าไปแจ้งให้ครูเปิ้ลทราบว่าสามีเดินทางมา

จากนั้นชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาภายในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว พยานสังเกตเห็นว่ามีอาวุธปืนอยู่ในมือ ไม่ได้เก็บไว้ในกระเป๋าหรือซ่อนไว้ ทำให้เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์อาจไม่ปกติ ไม่นาน ครูเปิ้ลเดินออกมาจากห้องที่กำลังสอนเด็กอยู่ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินตรงเข้าไปหา

“เขาเดินมาเร็วมาก ไม่ได้พูดคุยกับใคร ผมเห็นว่าเขาถือปืนมา พอครูเปิ้ลออกมา เขาก็ยิงเลยหนึ่งนัด แล้วครูก็ล้มลง” พยานกล่าว หลังได้ยินเสียงปืน พยานรีบหลบเข้าไปอยู่ในจุดปลอดภัย เนื่องจากไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุจะยิงบุคคลอื่นอีกหรือไม่ ก่อนจะแอบสังเกตเหตุการณ์จากด้านหลัง

พยานระบุว่า หลังครูเปิ้ลล้มลง ผู้ก่อเหตุยังยืนมองอยู่บริเวณดังกล่าวชั่วครู่ จากนั้นจึงเดินออกจากโรงเรียน ไปที่รถ ก่อนขับออกจากพื้นที่ โดยประเมินว่าตั้งแต่ผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาจนกระทั่งออกไป ใช้เวลา ไม่เกินประมาณ 2 นาที

หลังผู้ก่อเหตุออกไปแล้ว พยานและบุคลากรภายในโรงเรียนรีบปิดล็อกประตู เพราะยังไม่ทราบว่าจะย้อนกลับมาอีกหรือไม่ พร้อมเร่งแจ้งผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบเหตุ

พยานยืนยันว่า ตนไม่ทราบถึงปัญหาภายในครอบครัวหรือแรงจูงใจของเหตุการณ์ รู้จักผู้ก่อเหตุเพียงจากการพบกันในงานกิจกรรมต่าง ๆ ของพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อพบกันก็ทักทายและพูดคุยกันตามปกติ ส่วนครูเปิ้ลจากที่เคยติดต่อเรื่องงาน เป็นคนอัธยาศัยดี

เจ้าหน้าที่เทศบาลรายหนึ่ง ยอมรับว่า หลังเผชิญเหตุการณ์ต่อหน้ายังคงมีอาการตกใจ เนื่องจากขณะเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดยิงไม่มาก และไม่ทราบว่าหากผู้ก่อเหตุหันอาวุธมาทางตนหรือบุคคลอื่นจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมระบุว่า ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก และหวังว่าการเจรจาของเจ้าหน้าที่และครอบครัวจะทำให้ผู้ก่อเหตุยอมออกมามอบตัวโดยสงบ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมบ้านพักอย่างเข้มงวด พร้อมรอการเดินทางมาถึงของลูกชาย เพื่อเข้าช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมบิดา ท่ามกลางการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน