รวบขบวนการฉ้อโกงที่ดิน ใช้เอกสารราชการปลอมหลอกขายฝากโฉนด เสียหายแล้วกว่า 15.8 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ร่วมกับ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร วางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ และเข้าจับกุมกลุ่มคนร้าย 6 คน ขณะกำลังนำโฉนดที่ดินปลอมมาแสดงเพื่อทำการขายฝากกับผู้เสียหายรายเดิม ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร
อิเดหลังตรวจสอบพบว่าเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน ที่เคยหลอกลวงผู้เสียหายรายนี้ ด้วยวิธีการเดียวกันมาแล้ว เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา จนสร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 15.8 ล้านบาท
สำหรับพฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ผู้เสียหาย อายุ 69 ปี ผู้ประกอบกิจการโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.เมืองสมุทรสาคร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงให้ทำสัญญาขายฝากที่ดิน
โดยกลุ่มคนร้ายอ้างตัวเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของเจ้าของที่ดินแปลงที่ติดกับโรงงาน พร้อมนำเอกสารราชการปลอมหลายฉบับมาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และหลักฐานการจดทะเบียนขายฝากที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.69 จนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนแคชเชียร์เช็ค รวมมูลค่า 15,800,000 บาท ให้แก่คนร้าย ก่อนตรวจสอบภายหลังพบว่าโฉนดที่ดินและเอกสารทั้งหมดที่นำมาแสดงเป็นเอกสารปลอมทั้งสิ้น
ทั้งนี้ ต่อมาวันที่ 2-3 ก.ย. ผู้เสียหายแจ้งชุดสืบสวนว่า กลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิมติดต่อกลับมาอีกครั้ง อ้างตัวเป็นผู้จัดการมรดกรายใหม่ เสนอขายฝากที่ดินอีก 2 แปลง มูลค่า 10,000,000 บาท และนัดหมายทำนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร ในวันที่ 4 ก.ย.

ในการนี้ พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย รอง ผกก.สส. นำกำลังชุดสืบสวนวางแผนสะกดรอย และซุ่มดักจับกุมกลุ่มคนร้ายทันทีที่มีการส่งมอบเอกสารปลอมให้แก่ผู้เสียหาย
กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจแฝงตัวเฝ้าสังเกตการณ์ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น. จนถึงเวลาที่กลุ่มคนร้ายทั้ง 6 คน เดินทางมาถึง และเข้าพบผู้เสียหาย บริเวณโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าสำนักงานที่ดินฯ เมื่อคนร้ายส่งมอบโฉนดที่ดินให้ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานที่ดินจึงแสดงตนเข้าตรวจสอบทันที
จากการตรวจสอบพบว่าโฉนดที่ดินและหนังสือสัญญาขายฝากที่นำมาแสดงเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด จึงแสดงตัวเข้าจับกุมกลุ่มคนร้ายไว้ได้ทั้งหมดในที่เกิดเหตุ โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน
ขณะที่ผลการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ประกอบด้วย นางวันดี เป็นหัวหน้าประสานงาน เจรจากับผู้เสียหายโดยตรงทั้งสองครั้ง เป็นผู้มอบบัตรประจำตัวประชาชนปลอมให้พวกใช้แสดงตน, น.ส.กัญญาวีร์ เป็นคนขับรถ และประสานส่งต่อเอกสาร ระหว่างสมาชิกในขบวนการ, น.ส.ปาริฉัตร แสดงตนปลอมเป็นเจ้าของที่ดิน ใช้ชื่อปลอม, น.ส.ชะไมพร ลงลายมือชื่อในเอกสาร, น.ส.ระพิน เป็นผู้รับ–ส่งเอกสารระหว่างสมาชิกในขบวนการ, นางจันทนา เป็นผู้ร่วมเดินทางมาสมทบในที่เกิดเหตุ และนายยงยุทธ เป็นผู้เจรจาและรับ-ส่งเอกสารกับผู้เสียหายโดยตรง เป็นศูนย์กลางเส้นทางการเงินของขบวนการ
ทั้งนี้เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,266(1) และ 268 อีกทั้ง จากการสอบสวนเชื่อมโยงพบว่านางวันดีฯ และนายยงยุทธฯ เป็น 2 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายรายเดิมไปแล้วเมื่อ 24 มิ.ย.2569 จึงจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงจากเหตุครั้งแรกด้วย
ส่วนของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ เป็นเอกสารปลอมที่ผู้ต้องหานำมาแสดงในวันเกิดเหตุ ได้แก่ โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) ปลอม จำนวน 2 ฉบับ พร้อมหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปลอม (ท.ด. 49) อีก 4 ฉบับ (รวม 10 แผ่น) ซึ่งจะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายเป็นมูลค่าอีกกว่า 10,000,000 บาท หากตำรวจไม่สามารถสกัดจับได้ทัน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารและเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา ชุดสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีเครือข่ายสนับสนุนอีกหลายคน ทั้งผู้รับจ้างปลอมแปลงเอกสารราชการ ผู้ให้การสนับสนุนทางการเงิน และผู้ประสานงานที่ยังไม่ถูกจับกุมตัว ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และเชื่อว่าจะสามารถขยายผลจับกุมได้อีกในเร็ววันนี้
ด้าน พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ดีระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้เสียหายให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสทันที ที่คนร้ายติดต่อกลับมา ทำให้ชุดสืบสวนสามารถวางแผนสกัดจับ ก่อนที่จะมีความเสียหายเพิ่มเติม
ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการทำธุรกรรมขายฝากที่ดินกับบุคคลที่ไม่รู้จัก และตรวจสอบเอกสารสิทธิ์กับหน่วยงานราชการโดยตรงทุกครั้งก่อนโอนเงิน พร้อมกันนี้ก็มีข้อแนะนำเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ คือ ตรวจสอบโฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิ์กับสำนักงานที่ดินในพื้นที่โดยตรง อย่าเชื่อเอกสารที่ผู้ขายนำมาแสดงเพียงฝ่ายเดียว
หากมีการอ้างสถานะผู้จัดการมรดกหรือทายาท ให้ตรวจสอบคำสั่งศาลกับศาลที่ออกคำสั่งโดยตรง ไม่ควรเชื่อสำเนาเอกสารที่นำมาแสดงนอกสถานที่ราชการ ระวังข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติ เช่น การขายฝากที่ให้ผลตอบแทนรายเดือนในอัตราสูงกว่าตลาดมาก สังเกตพฤติการณ์เร่งรัดให้ตัดสินใจหรือโอนเงินโดยเร็ว ซึ่งเป็นเทคนิคทั่วไปของกลุ่มมิจฉาชีพ และ หากพบเบาะแสหรือมีลักษณะคล้ายกัน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 ทันที