45 ปี กปร. “โซ่ข้อกลาง” เชื่อมพระราชดำริ โยง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาชน สานพลังการพัฒนาสู่ความยั่งยืน เน้นย้ำทำความเข้าใจ “คน พื้นที่ และปัญหา”

9 กันยายน 2569 – นับเป็นวาระสำคัญของ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ “สำนักงาน กปร. ที่ก้าวสู่ปีที่ 45 ของการก่อตั้ง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยงานได้ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “โซ่ข้อกลาง” ที่เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สนองพระราชดำริให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักการพัฒนาที่สอดคล้องกับ “ภูมิสังคม” และ “ภูมิประเทศ” ของแต่ละพื้นที่

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงาน กปร. กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของสำนักงาน กปร. ที่ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2524 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ. 2524 กำหนดให้มีองค์กรระดับชาติรับผิดชอบการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เรียกว่า “คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” หรือ “กปร.” โดยทำหน้าที่รับและประมวลพระราชดำริ ประสานหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลอันจะนำไปสู่ “ประโยชน์สุขของประชาชน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ สำนักงาน กปร. มุ่งมั่นประสานงานและกำกับดูแลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของทุกพระองค์มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน (ณ เดือนกันยายน 2569) มีโครงการที่อยู่ในความดูแลรวมทั้งสิ้น 5,232 โครงการ

พร้อมทั้งได้น้อมนำพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาเป็นแนวทางขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายจากยุค Digital Disruption และภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน โดยได้นำแก่นของแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้แก่ การจัดการน้ำ สู่ความมั่นคงด้านน้ำ

ผ่านการเชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งน้ำระดับพื้นที่เพื่อรับมือทั้งภัยแล้งและอุทกภัยอย่างบูรณาการ จากเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่ความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชสำรองเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาและเกษตรกรที่ประสบภัย จากเศรษฐกิจพอเพียง สู่ภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ

โดยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์โครงการฯ และขยายตลาดผ่านแพลตฟอร์มอี-มาร์เก็ตเพลส และจากการพัฒนาชุมชน สู่ความเข้มแข็งของสังคม ผ่านการร่วมสร้างศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในเรือนจำและทัณฑสถานต้นแบบ

ก้าวต่อไปของสำนักงาน กปร.ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังมุ่งเน้นในการ “สร้างคน สร้างองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และสร้างโอกาส” เพื่อให้เกิดการขยายผลอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานที่โดดเด่น เช่น การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริให้ครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 221 แห่ง

โดยมุ่งเน้นคุณภาพและความพร้อมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แท้จริง การสร้างคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ RDPB Camp กว่า 16 รุ่น รวม 3,034 คน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ การยกระดับผลิตภัณฑ์จากโครงการฯ ให้ผ่านมาตรฐาน อย. กว่า 182 รายการ

พร้อมผลักดันการตลาดดิจิทัลภายใต้แนวคิด “From Local to Global” ตลอดจน การให้ความสำคัญกับบุคลากรภายในองค์กร และได้รับรางวัล Civil Service Engagement Award 2026 ประเภทองค์กรผูกพันดีเด่น รวมถึงความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ

เช่น การปั้น “เกษตรกรรุ่นใหม่” ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย–ลาว ระยะ 3 ปี และโครงการ “ครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้

ในระยะต่อไป สำนักงาน กปร. เตรียมขับเคลื่อนการทำงานผ่านแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575) โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านจาก “การพัฒนาโครงการ” ไปสู่ “การสร้างระบบการพัฒนา” พร้อมกันนี้ยังได้ฝากข้อคิดที่สำคัญถึงคนรุ่นใหม่ในการสืบสานงานพระราชดำริ

โดยเน้นย้ำให้เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ “คน พื้นที่ และปัญหา” ตามหลักภูมิสังคมก่อนลงมือแก้ไข ตลอดจนต้องรู้จักคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมองให้ไกลกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน โดยไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้มาแทนที่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้รับ” มาเป็น “ผู้พัฒนา” เพื่อสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่สืบต่อเพียงแค่ตัวโครงการ แต่ให้นำ “วิธีคิด” ไปสานต่อและปรับใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ของโลกได้อย่างเท่าทันเหตุการณ์

ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา สำนักงาน กปร. จึงเป็นกลไกสำคัญในการผสานพลังในแต่ละภาคส่วน และบูรณาการองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนควบคู่กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน