สองพ่อลูก เถียงกันเรื่อง “สมีโชติ” ทะเลาะลั่นบ้าน ก่อนบานปลาย ตีกันเลือดอาบ เย็บ 13 เข็ม ตำรวจให้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 16 บ้านสี่เหลี่ยมโนนทอง ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จึงรุดเข้าไปตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพไปถึง พบ นายไพรวัลย์ หรือแจ็ค อายุ 30 ปี ถูกของมีคมฟันแขนซ้ายเลือดไหลเป็นจำนวนมาก ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลปะคำ หมอเย็บ 13 เข็ม ส่วนคนก่อเหตุคือนายลำดวน อายุ 52 ปี เป็นพ่อของนายแจ็ค ผู้บาดเจ็บ ยังอยู่ในอาการมึนเมาสุรา มีร่องรอยการถูกของแข็งทุบตีบริเวณหน้าท้องและลำตัว ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจ
สอบถามนางสายบัว อายุ 58 ปี ภรรยาของนายลำดวน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุสามีนั่งดื่มสุราอยู่บนแคร่หน้าบ้านกับเพื่อนบ้าน 2 คน ส่วนลูกชายคือนายไพรวัลย์ นอนเล่นอยู่ในเปลใกล้วงเหล้า ระหว่างนั้นสามีและเพื่อนบ้านพูดคุยถึงประเด็นข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุม “สมีโชติ” และ“สีกาเอ๋” ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินวัดและฟอกเงิน รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์กับสีกาเอ๋
จากนั้นนายลำดวนพูดว่า ตนเองเลิกนับถือพระแล้ว พระทุกรูปถ้ามีเงินเมื่อไหร่เป็นเหมือนกันหมดมักจะหาผู้หญิง จากนั้นนายไพรวัลย์ซึ่งนอนฟังอยู่ในเปล ลุกขึ้นมาโต้แย้งว่า ยังมีพระที่น่าเคารพนับถืออยู่อีกหลายองค์ เช่น พระพยอม ก่อนทั้งสองจะเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ลูกชายได้คว้าเอาคราดถางหญ้าซึ่งเป็นเหล็กมาตีพ่อก่อน 2 ครั้ง จากนั้นสามีคือพ่อของนายแจ็ค ได้วิ่งไปคว้าเอามีดในบ้านมาฟันลูกจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
นายไพรวัลย์ กล่าวยอมรับว่า เกิดความโมโหพ่อ ที่ไปเหมารวมเอาพระทั้งหมด ประกอบกับเถียงสู้พ่อไม่ได้ จึงวิ่งไปคว้าคราดเพื่อจะเข้าทำร้ายพ่อ ขณะที่พ่อคว้ามีดพร้าออกมา ทำให้เกิดการต่อสู้กัน ตนใช้คราดทุบไปบริเวณหน้าท้องของพ่อจนด้ามคราดหัก ขณะที่พ่อใช้มีดฟันมาบริเวณแขนซ้ายของตนเอง จนได้รับบาดเจ็บ และแพทย์ต้องเย็บบาดแผลจำนวน 13 เข็ม
ขณะที่นายวิมล น้อยบาท อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านสี่เหลี่ยมโนนทอง เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าประเด็นการทะเลาะวิวาทเริ่มต้นจากเรื่อง “สมีโชติ” ประกอบกับนายลำดวนมีอาการเมาสุราอย่างหนัก จึงมีความคิดเห็นไม่ตรงกับลูกชาย ซึ่งเป็นแฟนคลับหรือ FC ของพระพยอม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


