เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 3 พ.ค. ที่สน.ดอนเมือง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมตัว 1.นายสิทธิกร วงศ์ใหญ่ อายุ 26 ปี (คนเปิดบัญชี) 2.นายชาตรี เวิดดม อายุ 19 ปี (เพื่อนนายสิทธิกร) ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น” จับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้องเช่าเลขที่ 11/134 หมู่ 3 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และออกหมายจับ น.ส.อุทัยวัลย์ ชินบุตร อายุประมาณ 39 ปี เป็นแม่ผู้ต้องหาที่ 2 และเป็นผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ขณะนี้

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน สามารถย่นระยะทางและระยะเวลาในการติดต่อสื่อสาร ส่งข้อมูล และเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างง่ายดายผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย อย่างไรก็ตาม โซเชี่ยลมีเดียก็สามารถก่อให้เกิดผลร้ายแก่ตัวผู้ใช้เองได้ เนื่องจากทุกวันนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้โซเชี่ยลมีเดียในหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งเป็นปัญหาการหลอกลวงประชาชนผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย และปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในรูปแบบการหลอกลวงแสร้งรักออนไลน์ (โรแมนซ์ สแกม)

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยว ชื่อน.ส.หว่อง เมล ชาวจีน ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มาเก๊า เข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวท่า อากาศยานดอนเมือง ว่าถูกหลอกลวงโดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก รายหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า Dinler Steve ติดต่อพูดคุยกันมาระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน

จากนั้นหลอกลวงให้น.ส.หว่องเดินทางมาพบกันที่ประเทศไทย และโอนเงินติดต่อกัน 3 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 605,600 บาท ไปยังบัญชีธนาคารซึ่งมีนายสิทธิกร วงศ์ใหญ่ เป็นเจ้าของบัญชี หลังจากที่โอนเงินก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงมั่นใจว่าตนเองถูกหลอก จึงมาขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ต่อมาจากการสืบสวนทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ได้ในที่สุดที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี

จากการสอบสวนนายสิทธิกร ให้การรับสารภาพว่า เปิดบัญชีดังกล่าวให้กับน.ส.อุทัยวัลย์จริง และในวันเกิดเหตุนายชาตรี เวิดดม ผู้ต้องหาที่ 2 มารับตนให้ไปถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว และต่อมานายชาตรีนำเงินดังกล่าวฝากเข้าบัญชีของน.ส.อุทัยวัลย์ โดยเงินทั้งหมดถูกถอนผ่านตู้เอทีเอ็มที่ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้น.ส.อุทัยวัลย์เดินทางออกไปพักอาศัยอยู่ที่ประเทศมาเลเซียอยู่กับสามี ซึ่งเป็นชายผิวสี ซึ่งทางเจ้าหน้าจะประสานงานนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และปราบปรามกวาดล้างการกระทำความผิดในลักษณะโรแมนซ์ สแกม นี้ให้หมดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน