สิ้นสุดมหากาพย์ข้อพิพาท! โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 21 ไร่ เป็นของ “วัดป่าอดุลยาราม” ถูกต้องตามกฎหมาย
วันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม เดินทางเข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ก่อนพาเจ้าอาวาสเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินการในขั้นตอนสุดท้ายของการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัด
ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น นายอนันต์ชัย พร้อมด้วยพระครูอดุลสารนิเทศ เข้าพบ นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
จากนั้น สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้นำโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ มาดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากกระทรวงมหาดไทยมีหนังสืออนุญาตให้โอนโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นของวัด โดยมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ลงนามอนุมัติ
เมื่อดำเนินการและประทับตราทางที่ดินเรียบร้อยแล้ว นายธงทอง จันทรางศุ ได้เป็นตัวแทนมอบโฉนดที่ดินให้แก่เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม โดยเจ้าอาวาสได้นำโฉนดมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่าการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นแล้ว
ทั้งนี้ เจ้าอาวาสได้ขอสำเนาโฉนดที่ดินเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนโฉนดฉบับจริงจะฝากไว้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เพื่อช่วยดูแลและเก็บรักษา
นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นกับวัดป่าอดุลยารามที่ผ่านมา เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน จนกระทั่งสามารถโอนโฉนดที่ดินมาเป็นชื่อของวัดได้สำเร็จ
สำหรับการดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จาก นายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม เป็นไปตามขั้นตอนของกรมที่ดิน และใช้ระยะเวลาตามกรอบที่กำหนด
นายธงทอง กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับที่ดินของวัด เนื่องจากเมื่อที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดอย่างถูกต้องแล้ว ทุกฝ่ายควรร่วมกันปกปักรักษาและดูแลให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมมองว่าอาจมีวัดในพื้นที่อื่นทั่วประเทศที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับที่ดินในลักษณะใกล้เคียงกัน จึงสามารถนำกรณีของวัดป่าอดุลยารามไปเป็นตัวอย่างในการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องต่อไป


